พฤศจิกายน 22, 2018, 05:32:54 PM

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 68
1
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

2
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

3
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

4
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

5
ในการใช้งาน smartphone แล้วก็ tablet สิ่งหนึ่งที่มีความจำเป็นแล้วก็จำเป็นเลยทีเดียวก็คือ แบตเตอรี่ที่เก็บกระแสไฟไว้อย่างเพียงพอ มิเช่นนั้นก็จะไม่มีแหล่งพลังงานสำหรับเครื่องมือเหล่านี้ และไม่สามารถเปิดใช้งานวัสดุอุปกรณ์ได้

ดังนี้ ทำให้ขณะที่ใครหลายคนจำเป็นต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ก็เลยชอบนำพาสายชาร์จใส่กระเป๋าไปด้วย เพื่อที่ว่าเวลาแบตเตอรี่ในโทรศัพท์หมดลง จะได้หาเต้ารับสำหรับแทงชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อปลุกโทรศัพท์ให้กลับมาใช้งานได้อีกรอบหนึ่ง แต่ว่าการนำเอาสายชาร์จไปไหนมาไหน บางคราวก็ก่อปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียพื้นที่เก็บของในกระเป๋า การที่สายชาร์จถูกของในกระเป๋าวางทับจนถึงหัก บิด ไม่อาจจะใช้งานได้อีก ไปจนกระทั่งวิธีการทำสายขาดระหว่างจับออกมาจากกระเป๋า หรือระหว่างการเก็บใส่กระเป๋า อีกทั้งสายชาร์จโทรศัพท์หลายรุ่นก็มักมีความยาวไม่มาก ถ้าเกิดพกไปในที่ๆติดตั้งเต้ารับไว้สูงเกินความจำเป็น การชาร์จไฟก็จะทำเป็นไม่สะดวก ฯลฯ เนื่องจากว่าสายชาร์จแบตเตอรี่ทั่วๆไปมีข้อจำกัดมากมายก่ายกอง ทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อยบางทีอาจหันมาดู wireless charger แทน เพราะไม่มีข้อจำกัดเรื่องสายไฟตามมาก่อกวนให้รำคาญใจ แต่ คนที่กำลังมองๆwireless charger หลายชิ้น บางครั้งก็อาจจะสงสัยเรื่องประสิทธิภาพการชาร์จของเจ้าวัสดุอุปกรณ์ตัวนี้ โดยเรื่องสำคัญๆที่วิตกกังวลกันก็น่าจะหนีไม่พ้นปริมาณการชาร์จ ว่าถ้าหากแทงทิ้งเอาไว้ จะใช้เวลาสำหรับการชาร์จนานไหม วันนี้เราจะลองมาหาคำตอบให้ชัดเจนกัน

ประการแรก จำต้องขออธิบายการทำงานของ wireless charger ก่อนว่า เจ้าเครื่องนี้จะมีระบบระเบียบการนำไฟเข้าเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างจากสายชาร์จทั่วๆไป โดยถ้าเป็นสายชาร์จปกติ จะนำกระแสไฟฟ้าจากเต้ารับไปสู่เครื่องใช้ไม้สอยโดยตรง แต่ว่าถ้าเกิดเป็น ที่ชาร์จไร้สาย เนื่องมาจากมันไม่มีสายไฟที่จะนำไฟเข้ามาสู่เครื่องมือได้โดยตรง โดยเหตุนี้มันก็เลยควรจะมีส่วนประกอบ 2 ส่วน อาทิเช่น ส่วนแท่นสำหรับทิ่มเข้าที่เข้าทางเต้ารับ ส่วนนี้จะปฏิบัติภารกิจดึงกระแสไฟมา แล้วเปลี่ยนให้เป็นสนามไฟฟ้าแผ่ขยายออกมารอบตัวอุปกรณ์ กับอีกส่วนใดส่วนหนึ่งเป็นส่วนหัวที่ใช้ทิ่มเข้ากับเครื่องมือชนิด smartphone และก็ tablet ส่วนนี้จะทำหน้าที่รับคลื่นสนามแม่เหล็กเข้ามา แล้วเปลี่ยนกลับให้เป็นไฟฟ้าเพื่อปลดปล่อยไปสู่แบตเตอรี่อีกที แม้ขาดเครื่องไม้เครื่องมือชิ้นใดชิ้นหนึ่งไป จะมีผลให้การชาร์จไม่สามารถที่จะทำเป็น

เนื่องมาจาก ที่ชาร์จ wireless มีหลักการทำงานดังนี้ ทำให้การชาร์จทำได้น้อยกว่าสายชาร์จทั่วๆไปอยู่พอเหมาะพอควร ถ้าหากเปรียบเทียบกันแล้ว สายชาร์จปกติจะสามารถชาร์จไฟได้ 100% ในเวลาที่ wireless charger จะชาร์จไฟได้โดยประมาณ 70% ต่อนาที เป็นต้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเหตุว่าในวิธีการแปลงไฟฟ้าเป็นสนามแม่เหล็ก แล้วก็การเปลี่ยนสนามแม่เหล็กกลายเป็นกระแสไฟฟ้า จะมีการสูญเสียค่ากำลังไฟฟ้าไปส่วนใดส่วนหนึ่ง โดยในขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงไฟฟ้าให้เป็นสนามไฟฟ้า จะเกิดการสูญเสียพลังงานไป 15% รวมทั้งในกรรมวิธีเปลี่ยนสนามแม่เหล็กกลับเป็นพลังงานไฟฟ้า จะมีการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าไปอีก 15% เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้การชาร์จแบตเตอรี่ด้วย wireless charger ช้ากว่าธรรมดา แม้เราชาร์จด้วยสายชาร์จแล้วได้แบต 4% ใน 1 นาที เมื่อเปลี่ยนแปลงมาชาร์จด้วย wireless charger ก็บางทีก็อาจจะได้แค่ 2% ต่อ 1 นาที แบบนี้ฯลฯ

Wireless charger จึงเป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่เหมาะกับการชาร์จแบบประวิงเวลา หรือการวางชาร์จเป็นระยะเวลานานๆมากกว่าจะย้ำชาร์จโดยอยากได้ให้แบตเตอรี่เพิ่มในเวลาอันเร็ว และไม่เหมาะสมกับการชาร์จแบบเล่นโทรศัพท์ไปด้วย เพราะนอกจากแบตจะไม่ค่อยขึ้นตามที่ต้องการแล้ว จำนวนแบตเตอรี่บางทีก็อาจจะน้อยลงกว่าเดิมก็ได้ แต่ว่าด้วยความที่ wireless charger ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องความยาวสายไฟ แถมยังชาร์จในระยะที่ไกลกว่าปกติได้ ทำให้เหมาะสำหรับการชาร์จในสถานที่ที่ไม่สบายต่อการแทงสายชาร์จปกติ เน้นย้ำการชาร์จเพื่อขยายเวลาใช้งาน ไม่ได้ชาร์จแบบอยากจำนวนแบตเตอรี่เพิ่ม อาทิเช่น ในกรณีที่มีแบตเตอรี่เหลือสัก 30% แล้วก็ต้องการประคอง smartphone ใหใช้งานถัดไปได้อีกสักระยะ กรณีนี้เหมาะมากในการใช้งาน wireless charger แม้กระนั้นถ้าเป็นในกรณีที่แบตเตอรี่เหลือเพียง 5% 6% อยากจำนวนแบตเตอรี่เพิ่มอย่างเร่งด่วน กรณีอย่างงี้จะไม่เหมาะสมสำหรับเพื่อการใช้งาน wireless charger สักมากแค่ไหน เพราะว่าจะขึ้นช้ามาก ทางเดียวที่จะทำให้กางตขึ้นได้ก็คือ จำต้องปิดเครื่องชาร์จสิ่งเดียว ซึ่งก็ทำให้ใช้งานได้ไม่สะดวกอีก

จุดอ่อนอีกอย่างหนึ่งของ wireless charger นอกเหนือจากการชาร์จที่ทำเป็นช้ากว่าธรรมดา ซึ่งก็คือ ราคา ในขณะนี้ wireless charger ที่มีอยู่บนท้องตลาดนั้นแพงค่อนข้างจะสูง เมื่อเทียบกับจำนวนการชาร์จที่ได้ก็ดูแล้วจะไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไร มีดีแค่เพียงไม่มีสายไฟมาเป็นปัญหาต่อการใช้งานเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุนั้นก่อนที่พวกเราจะตัดสินใจซื้อ wireless charger สักตัวมาใช้งาน โปรดพิจารณาตนเองดูซิว่าจะใช้มันได้คุ้มค่าไหม หรือมีความสำคัญที่จะจะต้องชารจในที่ๆไม่เหมาะกับการแทงปลั๊กไฟฟ้าอยู่บ่อยๆหรือไม่ ถ้าเกิดว่าไม่มี หรือเปล่าค่อยได้ชาร์จในสถานที่แบบนั้นสักมากแค่ไหน ก็ขอเสนอแนะให้ซื้อเพียงแค่รุ่นที่ราคาแพงไม่แพงมากก็พอเพียง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อรุ่นท็อปที่ราคาแพงมากมายๆเพราะเหตุว่าจะมีผลให้ใช้งานได้ไม่คุ้มค่า ส่วนถ้าหากคนไหนกันแน่ที่กำลังรู้สึกว่าจะซื้อมาใช้เป็นที่ชาร์จหลักแทนสายชาร์จธรรมดา ขอชี้แนะว่าให้ซื้อรุ่นสูงๆไปเลย มีประสิทธิภาพสำหรับในการใช้งานดีมากยิ่งกว่าแน่นอน

Website: บทความ wireless charger:  www.dotlife.store

6
เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีการถ่ายรูปในขณะนี้นั้น โดรน คือเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อการถ่ายรูปทางอากาศ ช่วยทำให้คนถ่ายรูปแล้วก็นักวิจัยหลายคนสามารถถ่ายรูปทางอากาศด้วยตัวเองได้อย่างสะดวกขึ้น ไม่ต้อทำเรืองขอรูปภาพที่นำมาจากดาวเทียมเหมือนอย่างในอดีตกาล

โดรน คือเครื่องไม้เครื่องมือถ่ายรูปประเภทหนึ่งที่มีความพิเศษคือ สามารถสั่งบิน และบังคับให้เคลื่อนที่ทางอากาศได้ ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการถ่ายรูปทางอากาศ หรือถ่ายภาพในพื้นที่สูงๆที่มนุษย์ไม่อาจจะขึ้นไปได้ ดังเช่นถ่ายรูปบนหลังคาอาคาร เจดีย์ อาคารสูงต่างๆซึ่งในขณะนี้ โดรนเปลี่ยนเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีการผลิตออกมาหลายรุ่นในราคาแพงและก็ราคาถูก คนทั่วๆไปสามารถหาซื้อมาใช้กันได้แบบไม่ยากเย็นเท่าไรนัก แม้กระนั้นเนื่องจากว่ามันมีหลายรุ่นนี้เอง ทำให้นักเล่นกล้องมือใหม่คนจำนวนไม่น้อยอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความสงสัยว่า หากว่าพวกเราอยากจะซื้อมาเล่นสักรุ่น ควรที่จะเลือกโดรนแบบไหนดีก็เลยจะใช้งานได้อย่างมีคุณภาพ วันนี้พวกเราจะมาเปรียบโดรนทั้งยัง 2 รุ่นนี้กัน

เริ่มจากโดรนติดกล้องราคาถูก โดรนรุ่นนี้จะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือสถานที่ทำงานได้ไม่มากมาย ส่วนมากจะใช้ได้เพียงแค่บิน มีกล้องถ่ายสำหรับภาพติดอยู่ในตัวแล้ว ไม่อาจจะนำกล้องของเราเองติดไปด้วยได้ การถ่ายรูปทำเป็นเพียงแต่ภาพนิ่งแบบง่ายๆไม่มีการเล่นมุม เล่นมิติของภาพมาก ไม่อาจจะถ่ายในแนวทางยากๆซับซ้อนมากมายๆได้ เหมาะกับการซื้อมาลองถ่ายรูปเล่นๆหรือใช้เป็นdrone cameraฝึกซ้อมก่อนจะไปใช้โดรนรุ่นสูงๆมีเทคนิคยากๆถัดไป

ราคาของโดรนประเภทนี้จะเริ่มอยู่ที่ 1,000 บาท ไปจนกระทั่ง 3,000 บาท ข้อดีของซึ่งก็คือ ด้วยความที่แพงถูก ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลหรือกลุ้มใจระหว่างการใช้แรงงานเลยว่าจะประพฤติตัวโดรนเสียหาย ซึ่งเปรียบได้กับการทำลายเงินไม่น้อยเลยทีเดียวไปด้วย ด้วยเหตุนั้นก็เลยสามารถฝึกซ้อมการใช้งานได้อย่างมาก ไม่ต้องกลัวว่าโดรนจะไปตกใส่อะไรจนถึงทำให้พังทลาย รวมทั้งเนื่องจากว่าไม่มีระบบการทำงานสลับซับซ้อน ทำให้เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับคนที่เริ่มฝึกหัดเล่นใหม่ๆยังถ่ายภาพด้วยเครื่องใช้ไม้สอยชนิดนี้ไม่ชำนาญ แต่ว่าข้อด้อยของโดรนรุ่นนี้ก็คือ ไม่อาจจะถ่ายภาพด้วยเคล็ดลับซับซ้อนมากมายๆได้ เป็นอย่างมากสุดก็ใช้ถ่ายได้เพียงภาพนิ่ง แบบที่พวกเราถ่ายจากโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรูปทั่วๆไป แค่เพียงถ่ายจากกลางอากาศลงมาเท่านั้น นอกนั้น ประสิทธิภาพของรูปถ่ายในโดรนราคาถูกๆจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก ถ้านำไปขยายเป็นภาพใหญ่ๆจะเกิดการแตกทำให้มองเห็นเนื้อหาในภาพได้ไม่ชัด ข้อบกพร่องอีกประการหนึ่งของโดรนราคาไม่แพงๆก็คือ มีอายุการใช้แรงงานค่อนข้างสั้น บางคนที่ซื้อโดรนรุ่นนี้ไปใช้ ใช้ได้ไม่กี่เดือนก็พังแล้ว

ต่อมาเป็นโดรนราคาแพง โดรนรุ่นนี้จะราคาแพงขายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป จนถึงรุ่นที่แพงหลักหลายหมื่น ยิ่งโดรนที่ใช้งานได้สลับซับซ้อนมากๆมีเทคโนโลยีสูงๆด้วยแล้ว ราคาบางทีก็อาจจะพุ่งสูงไปถึงเรือนแสนได้อย่างยิ่งจริงๆ คุณลักษณะเด่นของโดรนรุ่นนี้คือ มีรูปแบบการนำไปใช้งานที่ทำเป็นมากมายกว่าโดรนราคาถูกๆสามารถถ่ายรูปแบบมีมิติ ภาพเชิงซ้อน ภาพตัดขวางได้ ภาพที่ได้จากโดรนชนิดนี้จึงสามารถใช้งานได้หลากหลายกว่า อีกทั้งประสิทธิภาพของรูปที่ได้ก็ถือว่าสูงระดับ HD มองเห็นรายละเอียดต่างๆภายในภาพได้อย่างเห็นได้ชัด จะขยายให้ใหญ่ หรือจะบีบอัดก็ได้ นอกจากนี้ โดรนราคาสูง ยังเป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่พวกเราสามารถนำกล้องของเราเองขึ้นแขวน แล้วบังคับโดรนให้ใช้กล้องถ่ายภาพของพวกเราถ่ายได้ จึงยิ่งทำให้เครื่องไม้เครื่องมือรุ่นนี้สามารถใช้งานได้ตามสั่งยิ่งกว่า ไม่มีข้อจำกัดใดๆมาขัดขวางการถ่ายภาพของเราได้ เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการภาพถ่ายไปใช้ดำเนินการวิจัยที่อยากได้รายละเอียดมากมายๆต้องถ่ายภาพด้วยวิธีเฉพาะ เช่นการค้นคว้าเกี่ยวกับธรณีวิทยา เป็นต้น แม้กระนั้นข้อบกพร่องของโดรนราคาแพงนี้ก็คือ ใช้งานได้ยาก ผู้ใช้ควรจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับตัววัสดุอุปกรณ์ในระดับหนึ่ง แม้ไม่เคยใช้โดรนมาก่อนและก็มาจับโดรนรุ่นนี้เลย อาจส่งผลให้เกิดปัญหาบังคับมิได้ตามอยาก ไม่สามารถที่จะถ่ายภาพได้ นอกเหนือจากนั้นบางทีอาจเผลอทำโดรนตก หรือบังคับไม่ถูกแนวทางจนถึงทำให้โดรนชนเครื่องกีดขวาง ได้รับความทรุดโทรม ซึ่งตามที่กล่าวไปว่าโดรนชนิดนี้ราคาแพงออกจะแพง หากว่าบังคับแล้วทำมันเสียหาย ก็เท่ากับว่าเราได้ทำลายเงินมากมายไปด้วย

จากรายละเอียดทั้งผองที่กล่าวมา จะมองเห็นได้ว่าอีกทั้งโดรนราคาไม่แพงและก็ราคาแพง ต่างก็มีคุณลักษณะเด่นแล้วก็จุดอ่อนที่ต่างๆนาๆ การจะชี้วัดว่าโดรนประเภทใดดียิ่งกว่ากัน ก็เลยจำเป็นต้องอาศัยความอยากได้สำหรับการใช้งาน แล้วก็ความสามารถของผู้ใช้เป็นหลัก หากว่าเพศผู้ใช้อยู่ในระดับฝึกฝน โดรนราคาถูกจะตอบสนองความจำต้องมือได้มากกว่า เพราะไม่มีรูปแบบของการนำไปใช้งานที่ยุ่งยากซับซ้อน และไม่จะต้องกังวลเรื่องค่าของโดรนถ้าหากว่าบังคับแล้วเกิดอุบัติเหตุด้วย แต่ว่าหากผู้ใช้งานเป็นระดับมืออาชีพ และก็อยากได้โดรนไปไว้สำหรับถ่ายภาพยากๆเคล็ดลับเยอะๆโดรนราคาสูงจะตอบสนองในสิ่งที่ต้องการได้ดีมากยิ่งกว่า

แม้กระนั้นไม่ว่าจะเป็นโดรนรุ่นใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานทุกคนจำต้องให้ความเอาใจใส่คือการสมัครสมาชิกตามกฎหมาย ใครที่คิดจะใช้โดรน ขอให้ติดต่อแล้วทำตามขั้นตอนด้านกฎหมายให้ถูกต้องก่อน อย่านำโดรนบินขึ้นโดยพลการ เพราะว่าบางทีอาจกำเนิดปัญหาขึ้นได้

แหล่งที่มา บทความโดรน:  https://www.dotlife.store/

7
Macbook คือคอมพิวเตอร์แบบนำเอาที่ได้มีการผลิตและก็ขายโดยบริษัท Apple และก็เป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่มีผู้ใช้เยอะที่สุดของโลกรองจาก Notebook ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพา ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows
ตัวเครื่อง Macbook ได้รับการออกแบบมาให้มีความทนทานต่ออันตรายต่างๆได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น การชน โดยใน Macbook 1 เครื่อง สามารถ ทนต่อการชนต่างๆได้ดี แต่ว่าแม้ Macbook จะสามารถแข็งแรงต่ออันตรายต่างๆได้ก็ตาม สิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เมื่อ Macbook เจอกับอันตรายก็คือต่อว่า และรอยขูดขีดต่างๆที่หากแม้มันจะไม่ได้ทำให้ Macbook มีอันตรายจนถึงขั้นใช้งานไม่ได้ แต่ว่ารอยขูดขีดกลุ่มนี้จะเป็นตำหนิทำให้ Macbook ดูสกปรกเป็นระเบียบเสมือนตอนซื้อมาใหม่ๆทั้งในอนาคตถ้าหากพวกเราจะขาย Macbook ไป รอยขูดขีดแล้วก็ตำหนิพวกนี้จะก่อให้ราคาตกลง ดังนี้ ถึงตัว Macbook จะมีความทนทานมาก แม้กระนั้นพวกเราก็ต้องมีเครื่องคุ้มครองเครื่องมือนี้เพิ่มเติมอีก และก็เครื่องป้องกันที่เราสามารถหาได้ง่ายที่สุด คงหนีไม่พ้นกระเป๋า Macbook

กระเป๋า Macbook เป็นเครื่องคุ้มครอง Macbook ที่สามารถหาได้ง่าย โดยเราจะได้รับกระเป๋านี้มาตั้งแต่หนแรกซื้อ Macbook หรือถ้าหากคนไหนมีความเห็นว่ากระเป๋าที่แถมมานั้นไม่อาจจะคุ้มครองป้องกัน Macbook ได้ดี สักเท่าไหร่ จะหาซื้อใหม่ก็ทำเป็นง่าย เพราะในตอนนี้มีร้านค้ามากที่ผลิตกระเป๋าแล้วก็ค่อยนำออกจัดจำหน่ายบนท้องตลาด สามารถหาซื้อได้ในราคาถูกและราคาสูง

จุดแข็งของกระเป๋าใส่ Macbook อยู่ที่สามารถป้องกันภัย Macbook จากอันตรายต่างๆได้มากมายดังนี้
1. รอยขูดขีดต่างๆ ในยามที่เราจำเป็นต้องนำเอา Macbook ไปไหนมาไหน ย่อมมีโอกาสในการเสี่ยงสูงที่ Macbook จะไปกระทบกับสิ่งใดเข้ากระทั่งนำมาซึ่งรอย แม้กระทั้งการเอาวางบนพื้น ก็ได้โอกาสที่จะกำเนิดรอยได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งกระเป๋า Macbook จะช่วยปกป้องอันตรายส่วนนี้ได้ดี ถ้าหากพวกเรานำ Macbook ใส่กระเป๋านี้แล้วหิ้วไปดังที่ต่างๆแม้จะเผลอชนกับสิ่งกีดขวาง หรือวางลงบนพื้นที่เต็มไปเศษสิ่งของอันก่อเกิดรอยขูดขีด แต่ว่ากระเป๋าแมคบุ๊ค ก็จะเป็นตัวคุ้มครองป้องกัน Macbook โดยรับการขีดข่วนนั้นก่อน ทำให้หากแม้กระเป๋าจะทรุดโทรม แต่ว่า Macbook ก็จะไม่มีรอยอะไรก็ตามปรากฏขึ้น การนำ Macbook ใส่กระเป๋า ก็เลยช่วยลดจังหวะที่จะเกิดรอยขีดข่วนต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม
2. ละอองน้ำรวมทั้งความชื้นต่างๆปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อพวกเราพก Macbook ไปใช้งานนอกสถานที่ ย่อมมีโอกาสที่ Macbook จะต้องถูกน้ำที่กระเด็นมา หรือถูกความชุ่มชื้นในอากาศ สิ่งกลุ่มนี้จะไม่ทำร้าย Macbook ในทันทีทันใด แต่มันก็จะทำให้ส่วนประกอบบางชิ้นมีการหมดสภาพ เป็นสนิม ยิ่งไปกว่านี้ความชื้นแล้วก็ละอองน้ำยังเป็นตัววิธีการทำให้ Macbook เกิดคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรกได้ด้วย แต่หากเรานำ Macbook ใส่กระเป๋าก่อนพกออกจากบ้าน เมื่อต้องเจอกับละอองน้ำรวมทั้งความชื้น กระเป๋า Macbook จะเป็นด่านที่รับเอาอันตรายนั้นไว้ก่อน ทำให้ Macbook ไม่ต้องสัมผัสน้ำและก็ความชุ่มชื้นใดๆดูปลอดภัยอยู่เป็นประจำ ดังนี้ ผู้ใช้ควรนำเม็ดดูดความชุ่มชื้นใส่ในกระเป๋า Macbook ด้วย เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับคุ้มครองปกป้องความชื้นมาสัมผัสกับ Macbook อีกขั้นหนึ่ง แล้วก็ควรจะระวังไม่ให้กระเป๋า Macbook ถูกน้ำกระทั่งเปียกชุ่ม เหตุเพราะจะก่อให้น้ำซึมเข้าสู่กระเป๋าจนถึง Macbook ชื้นแฉะ โดยยิ่งไปกว่านั้นในกระเป๋าที่มีค่า Water Resistant ต่ำ
3. ฝุ่นละอองต่างๆ เนื่องด้วยในปัจจุบัน ประเทศไทยพวกเราเต็มไปด้วยฝุ่นผง การพก Macbook ออกไปด้านนอกโดยมีการคุ้มครองป้องกัน ย่อมทำให้ฝุ่นผงเข้ากับทั้งผิว Macbook ข้างนอก ช่องสำหรับเพื่อระบายอากาศ และก็ port ต่างๆแม้ Macbook ถูกฝุ่นเกาะจะทำความสะอาดได้ยาก แล้วก็ถ้าเกิดปล่อยให้ฝุ่นมีการสะสม ย่อมทำให้ Macbook ระบายความร้อนได้ไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้นลง โดยกระเป๋า Macbook จะสามารถปกป้องฝุ่นละอองได้ 100% แม้นำ Macbook ใส่ด้านในกระเป๋าอย่างมิดชิด ฝุ่นละอองจะไม่สามารถที่จะเข้าไปจับในเครื่องได้อย่างไม่ต้องสงสัย ช่วยทำให้ Macbook มองสะอาดและใหม่อยู่เสมอ
4. แรงกระแทกอันเกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการตก หรือชนกับเครื่องกีดขวาง เนื่องมาจากกระเป๋า Macbook เป็นกระเป๋าที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถรับแรงกระแทก แล้วก็ลดแรงชนที่ทำต่อ Macbook ถ้าหากพวกเรานำ Macbook ใส่กระเป๋าก่อนจะเผลอทำตกโดยไม่คาดคิด Macbook จะได้รับแรงชนน้อยมาก นำมาซึ่งการทำให้ Macbook ไม่ได้รับอันตรายจากการตก ตรงกันข้าม ถ้าเกิดเราทำ Macbook ที่ไม่ได้ห่อหุ้มสิ่งใดตกพื้น แรงชนจากการตกจะส่งผลกับตัว Macbook โดยตรง กระทั่งส่งผลให้เกิดรอย หรือองค์ประกอบบางอย่างได้รับความเสียหายได้

กระเป๋า Macbook สามารถคุ้มครองป้องกันอันตรายท้ง 4 ข้อนี้ให้กับคอมพิวเตอร์ Macbook แสนรักของพวกเราได้ อย่างไรก็ดี ประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากกระเป๋า Macbook มิได้อยู่ที่การปกป้องอันตรายแค่นั้น แต่ว่ายังช่วยให้เราสามารถพกพา Macbook ไปยังที่ต่างๆได้สบาย สามารถหิ้วได้ด้วยมือเพียงแค่ด้านเดียว แถมในกระเป๋า Macbook ยังมีช่องเก็บของที่ช่วยให้พวกเราใส่อุปกรณ์เสริมสำหรับ Macbook ไปได้อีก พูดได้ว่าช่วยอีกทั้งป้องกันอันตราย รวมทั้งอำนวยความสะดวกได้อย่างครบครนจริงๆ

ทั้งนี้ สำหรับเพื่อการเลือกซื้อ กระเป๋า Macbook สักใบ พวกเราควรจะมีความพิถีพิถันในการเลือกซื้อสักนิดสักหน่อย เนื่องมาจากกระเป๋าแต่ละรุ่นนั้นมีคุณภาพที่แตกต่าง กระเป๋าบางใบสามารถรับแรงกระแทกได้ดิบได้ดี ทนน้ำก้าวหน้า แต่ว่ามือเป๋าบางใบก็มีคุณภาพไม่ดี ไม่สามารถที่จะคุ้มครองป้องกันอะไรได้ แถมคุณภาพการตัดเย็บก็ไม่ดี มีสิทธิรั่วเมื่อใช้งานไปนานๆเพราะฉะนั้นพวกเราจึงควรมีความประณีตสำหรับการเลือกซื้อมากๆเพื่อได้กระเป๋า Macbook ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

Website: บทความกระเป๋า macbook:  www.dotlife.store

8
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

9
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

10
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

11
สายสัญญาณเสียง เป็นวัสดุอุปกรณ์สำหรับเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้

เดี๋ยวนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านเครื่องใช้กระแสไฟฟ้ารวมทั้งเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้ท่านภาพของผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันด้วย ถ้าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แต่ว่าหากเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียงที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งยังเสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เพราะเหตุว่าไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาถูกหรือสินค้าราคาแพง ต่างก็มีคุณภาพดี คุณภาพต่ำ แล้วก็ปัญหาในตนเองผสมกันไป โดยเหตุนี้ เราก็เลยควรต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป

การสำรวจประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำได้ 6 วิธีดังนี้
1. ตรวจตราความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่เราสามารถสำรวจด้วยตนเองได้ และควรจะเช็คเป็นอย่างแรก เพราะว่าสาย audio cable ในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงแล้วก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่มีราคาถูกมักจะมีสายค่อนข้างแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาสูงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อเสนอเป็น ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป เพราะเหตุว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ แม้พับ ม้วนเก็บสายย่อมก่อเรื่อง ในเวลาเดียวกันก็ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน เนื่องจากยิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานเสมอๆย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสายสัญญาณเสียงที่เยี่ยมที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนพอเพียงจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ว่าในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกให้ขาด หากพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. พิจารณาวัสดุที่ใช้สำหรับทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาในปัจจุบันนั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆสำหรับเพื่อการทำหัวสาย อย่างเช่น ทองบรอนซ์ รวมทั้งอลูมินัม ขอแนะนำว่าควรที่จะทำการเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีมากยิ่งกว่า เพราะว่าเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากยิ่งกว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในเวลาที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก หากเสียบไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ ยิ่งไปกว่านี้ ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง แก่การใช้งานยาวนาน ไม่ค่อยมีปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดรอย ในขณะสายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจะต้องใช้งานอย่างระแวดระวัง ถ้าเกิดไม่ถนอมกล่อมเกลี้ยง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็ว
3. พิจารณาการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ รวมทั้งถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถซ่อมได้ จะต้องทิ้งอย่างเดียว ด้วยเหตุผลดังกล่าวสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราจึงจะต้องสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. วิเคราะห์ความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี จะต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร ด้วยเหตุว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับการทิ่มเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่มีการโยกหรือหละหลวม ทั้งยังเสียบได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา แม้เป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเหลือเกิน จะไม่อาจจะแทงกับเครื่องใช้ไม้สอยได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงๆจำเป็นต้องรอประคองไว้ ส่วนหากโลหะที่ศีรษะแทงมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อเสียบกับเครื่องไม้เครื่องมือจะมีผลให้มีโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมา แม้เผลอไปชนเข้าอาจส่งผลให้สายมีการหักได้
5. วิเคราะห์ความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยแค่ไหน ข้อนี้แม้จะไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานโดยตรง แต่ว่าก็สำคัญ เพราะการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเกินไปจนถึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเหลือเกินจนถึงกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าคืออะไร ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วๆไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 ซม. ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จะต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. สำรวจแบรนด์ของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็จัดว่ามีความหมายไม่แพ้กันในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรที่จะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลีกเลี่ยงสินค้าจากยี่ห้อแปลกๆหรือสินค้าโนเนม เพราะชอบเป็นสินค้าที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสชำรุดเสียหายได้ง่าย

แนวทางในการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพนับว่าเป็นเรื่องที่เราจำต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อให้การเชื่อมต่อวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ บทความสายสัญญาณเสียง:  www.dotlife.store

12
เมื่อเอ่ยถึงมือถือที่เป็นที่นิยมสูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว เชื่อว่า iphone น่าจะเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ติดโผด้วยอย่างแน่นอน

Iphone เป็น Smartphone ที่มีระบบปฏิบัติการคือ ios ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้สามารถคงทนถาวรต่อสิ่งต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นความชื้น การชน การตก และอื่นๆ อีก แต่ถึงจะบอกว่า iphone ได้รับการดีไซน์มาเพื่อรองอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ในความจริง เมื่อเรานำไอโฟน ไปชนกับวัตถุอื่น หรือทำตก ย่อมต้องเกิดริ้วรอย รอยการพังเกิดให้เห็นบนตัวของมัน ยิ่งถ้าจอถูกปะทะ ก็จะอุบัติการแตกได้อย่างเดียวกัน ถึงแม้การผุพังดังกล่าวจะไม่ทำเอา iphone ดับดิ้นสิ้นชีวา แต่ก็เป็นเหตุให้มีตำหนิอันไม่พึงประสงค์อุบัติขึ้น และความกระทบกระเทือนจะมีไปถึงตอนที่เราประสงค์จะเอาไอโฟน เครื่องนั้นจำหน่ายทอดตลาด สนนราคาของเครื่องจะต้องตกลงอย่างแน่แท้ เพราะเช่นนั้นเพื่อไม่ให้เกิดริ้วรอยดังกล่าวขึ้น จึงมีผู้ผลิตหลายรายที่คิดเคส iphone ขึ้นมา สำหรับสวมลงบนตัวเครื่องอีกที เพื่อที่เวลาเครื่อง iphone ไปกระแทกกับข้าวของใดๆ ส่วนที่ได้รับแรงชนเต็มๆ จะเป็นตัวเคสก่อน ริ้วรอยที่ควรจะปรากฏขึ้นบนตัวเครื่องก็จะมาเกิดบนเคสแทน เป็นเหตุให้เครื่องไม่ได้รับพิษภัย

เคส iphone ดังที่บอกไปว่ามีหน้าที่หลักๆ คือการคุ้มกัน iphone จากแรงชนที่ปรากฏจากการชน หรือทำตก แต่ทราบหรือไม่ว่า นอกจากเคส iphone จะปกป้องการปะทะได้แล้ว มันยังสามารถคุ้มครองพิษภัยอื่นๆ ที่อาจปรากฏกับตัว iphone ได้อีก เช่น รอยนิ้วมือ รอยขีดข่วนแบบไม่ได้ตั้งใจ และความชื้น ดังที่เราจะบอกเล่าไปทีละอย่าง ดังนี้

เริ่มจากรอยนิ้วมือ ผู้ใช้งาน iphone จำนวนไม่น้อยคงจะอารมณ์เสียกับรอยคราบมัน หรือรอยนิ้วมือที่มักไปอุบัติบนตัวเครื่อง iphone หลังจากหยิบใช้งานงานแต่ละครั้ง มีผลให้ต้องคอยถูทำความสะอาดอยู่บ่อยๆ อีกทั้งยังทำเอาเครื่องดูคร่ำคร่าเร็วด้วย แต่ถ้าใส่เคส iphone ตัวเคสจะหุ้มเครื่องไว้อย่างเด็ดขาด ทำเอาเมื่อเวลากุม ถือ รอยนิ้วมือและหยาดเหงื่อบนมือจะไม่ไปแตะกับเครื่อง มีผลให้ iphone เกลี้ยงเอี่ยมอยู่เสมอ และดูไม่โกโรโกโส นอกจากนี้ การใส่เคสให้ iphone ยังทำให้เราสามารถไว้เครื่องลงบนบริเวณต่างๆ ได้อย่างเบาใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีสิ่งโสโครกมาติด หรือเข้าในช่องต่างๆ ของไอโฟน เพราะมันจะเข้าติดเคสก่อน การใส่เคสให้ iphone จึงช่วยคุ้มกันทั้งรอยนิ้วมือ และสิ่งสกปรกต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์

การปกป้องประการถัดมาที่เคสไอโฟน จะสนับสนุนเซฟเครื่องได้ ก็คือ รอยขีดข่วนต่างๆ ซึ่งแบบแผนการใช้งานงานของคนในยุคปัจจุบันนั้น มีผลกระทบให้อุบัติรอยขีดข่วนที่เครื่องได้ง่าย กระทั่งในการเก็บ iphone ไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ ก็ยังสามารถทำให้เครื่องไอโฟน เกิดรอยขีดข่วนได้แบบเดียวกัน แต่ถ้าเราใส่เคส iphone การขีดข่วนต่างๆ จะต้องไปสัมผผัสกับเคสก่อน เป็นเหตุให้แม้ว่าเคสจะชำรุด แต่ตัวไอโฟนจะยังคงสภาพดีอยู่เสมอ ยิ่งไปกว่านี้ ในเคสไอโฟนบางรุ่น ยังมีแผ่นสำหรับปิดหน้าจอด้วย ซึ่งสามารถสนับสนุนปกป้องไม่ให้ปรากฏการแตะต้องโดยไม่ได้ตั้งใจเวลาใส่ในกระเป๋ากางเกง ไม่บังเกิดการเข้าเมนูต่างๆ หรือโทรออกโดยไม่ได้ตั้งใจ

การคุ้มครองอย่างสุดท้ายของiphone case ที่มันจะกระทำต่อมือถือ ก็คือ ความชุ่มชื้น ดังที่เผยไปในข้างต้นว่าตัว iphone สามารถกันน้ำได้ แต่อย่าลืมว่าในการแตะกับความชื้น แม้จะไม่ทำให้ไอโฟนพัง แต่มันก็อาจจะทำปฏิกิริยากับไอโฟน จนทำให้ปรากฏขี้เกลือ หรือสนิมขึ้นบนตัว iphone กลายเป็นตำหนิที่ไม่น่าดู โดยเคส iphone จะสามารถปกป้องความชุ่มชื้นส่วนนี้ได้ แต่การคุ้มครองความชุ่มชื้นของเคสไอโฟน นั้น จะมีลักษณะเป็นเพียง water resistant สามารถคุ้มครองได้เฉพาะละอองน้ำ และความชุ่มชื้นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ถ้าปรากฏเอา iphone ไปตากฝน หรือเอาไปจุ่มน้ำ เคสไอโฟน จะไม่สามารถปกป้องในส่วนนี้ได้

เคส iphone ในปัจจุบันผลิตออกมาจากหลายวัตถุ หลายรูปแบบ เคส iphone บางรุ่น ไม่ได้เป็นเพียงแต่เครื่องปกป้องโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไอโฟน จากอันตรายต่างๆ เท่านั้น หากแต่ยังสามารถเป็นเครื่องตกแต่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ดูมีอะไรมากขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในเคส iphone บางรุ่น ก็ผลิตขึ้นมาจากสิ่งของที่ไม่เหมาะสม เช่น พลาสติกทึบ เมื่อเอาไปใส่จะเป็นอุปสรรคต่อการระบายความร้อนของไอโฟน จนบางครั้งเอาไปถือที เหมือนถือลูกประคบที่เพิ่งขึ้นจากเตาเอาไว้ในมือเลยทีเดียว เคสที่มีลักษณะดังกล่าวนั้นไม่ควรนำมาใช้สอยใส่ ไอโฟน เพราะจะทำให้ iphone ระบายความร้อนได้ไม่ดี และอาจมีผลต่อระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบแบตเตอรี่ได้ในอนาคต

ยิ่งไปกว่านี้ ในเคส iphone บางรุ่น ก็ดูแล้วจะงดงามอย่างเดียว คุ้มกันอะไรไม่ได้เช่น พวกเคสพลาสติกบางๆ ตกแต่งตัวการ์ตูรสวยๆ อย่างที่เราเห็นในยุคปัจจุบัน เคสประเภทนี้ถ้าคิดว่าจะเอามาเพื่อเติมแต่งอย่างเดียว ก็สามารถสังเกตเลือกสรรซื้อได้ แต่ถ้าต้องการจะซื้อเพื่อปกป้องละก็ ขอให้คัดเลือกรุ่นอื่นจะดีกว่าเคส iphone จึงถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องมือถือของเราจากพิษภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็แล้วแต่ การจะคุ้มกัน iphone จากพิษภัยทุกแบบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเคสเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้งานด้วย หากใช้สอยงานไม่ระมัดระวัง ชอบทำไอโฟน ตกพื้นบ่อยๆ ก็ไม่แน่ว่าเคสจะสามารถรองพิษภัยได้ทั้งหมด ขอให้ผู้ใช้มีความระมัดระวังระหว่างการใช้งานงานด้วย

ที่มา บทความเคส iphone:  https://www.dotlife.store/

13
ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่า iPad เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งที่ผู้คนนิยมใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆทั้งโลก ด้วยความที่เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าน้าหน้าจอขนาดใหญ่ ทำให้สามารถใช้เพื่องานเอกสาร หรือเพื่องาน Social Media ได้สบายกว่าการใช้โทรศัพท์ smartphone ทั่วไป จนถึงเดี๋ยวนี้ คนจำนวนไม่น้อยอาจจะเน้นย้ำใช้ Social Media บน iPad เป็นส่วนมากด้วยซ้ำ ส่วนโทรศัพท์ก็เก็บไว้ใช้โทรสิ่งเดียว ฯลฯ
แต่ว่าการใช้ iPad เพื่องานต่างๆสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดเลยก็คือเคส iPad เนื่องจากหาก iPad ไม่ได้มีการสวมเคสไว้เลย เวลาใช้ประโยชน์ในแต่ละสถานที่ก็เน้นย้ำเอาไปเป็นเครื่องเปล่าๆเลย ย่อมมีโอกาสสูงที่คุณจะเผลอทำ iPad ตกพื้น จนกระทั่งเกิดร่องรอยบนเครื่อง หากน้อยหย่อย ก็มีแค่รอยแผลนิดๆหน่อยๆแต่ถ้าหากตกแรงๆก็มีสิทธิทำให้หน้าจอของ iPad แตกได้เลย ยิ่งถ้าหากตกแรงๆอาจก่อให้กำเนิดรอยแตกที่จะสตาร์ทเครื่องไปตลอด ซึ่งรอยแตกบนจอ iPad ขอบอกเลยว่าเป็นรอยที่ใหญ่แล้วก็น่าขนลุกมาก ถ้าหากคุณใช้มันทั้งๆที่จอยังแตกอยู่ รอยแตกนั้นบางครั้งอาจจะบาดนิ้วคุณ จนกำเนิดแผล ได้เลือดแบบที่คุณก็นึกไม่ถึงเลยก็เป็นไปได้ รอยแตกบน iPad มิได้มีผลเพียงแค่กับการใช้งานแค่นั้น แม้กระนั้นยังส่งผลไปถึงในช่วงเวลาที่คุณอยากจะขายทอดตลาด ราคาของ iPad บางครั้งก็อาจจะตกลงจำพวกที่ว่าคุณเองยังเสียขวัญ ด้วยเหตุนั้นการสวมเคสให้ iPad จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ในขณะนี้ เคส iPad ถูกสร้างขึ้นรวมทั้งนำมาวางขายบนตลาดในหลายต้นแบบ เคสพลาสติกแบบแข็งๆไปจนกระทั่งเคสนิ่มๆเป็นซิลิโคนก็มี เมื่อเคสมีอยู่หลากหลายแบบดังนี้ คุณอาจจะสงสัยอยู่ว่า ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้นเราควรจะเลือกเคสแบบไหนดีถึงจะใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีปัญหาหัวข้อการแตกเสียตามมา วันนี้พวกเรามีคำตอบมาฝาก
1. ควรที่จะเลือกเคสที่มีฝาสำหรับปิดหน้าจอด้วย บางบุคคลมีความคิดว่าเคสแบบมีฝาปิดนั้นทำให้ ipad มองไม่สวย ดูโบราณ ในเวลาที่เคสแบบไม่มีฝา จะทำให้ iPad มองล้ำยุคมากกว่า ถ้าเกิดคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังจะมีความนึกคิดอย่างงี้ ขอบอกเลยว่าให้รีบเปลี่ยนทัศนคติโดยเร็ว เพราะเหตุว่าเคสแบบมีฝาปิดนี่แหละ ที่จะช่วยคุ้มครองป้องกันอันตรายให้กับ iPad ของคุณได้รอบด้าน ไม่ว่าคุณจะเผลอทำวัสดุอุปกรณ์ตก หรือชนในท่าไหน ก็เชื่อมั่นได้ว่าจะไม่มีทางกำเนิดรอยบน iPad แสนรักของคุณได้แน่นอน เทียบกับเคส iPadแบบไม่มีฝาปิด ถึงจะมีผลให้เครื่องมือดูงาม ทันสมัยก็จริงอยู่ แม้กระนั้นก็จำต้องแลกกับการที่จะทำให้หน้าจอ iPad ของคุณ กลายเป็นส่วนที่บอบบางเยอะที่สุด หากคุณเผลอทำ iPad ตกแบบคว่ำหน้าลง เคสอย่างงี้จะไม่สามารถที่จะคุ้มครองป้องกันสิ่งใดให้ท่านได้เลย ด้วยเหตุผลดังกล่าว หากอยากได้ซื้อเคสไอแพด ขอชี้แนะว่าให้ซื้อรุ่นที่มีฝาปิดด้วยจะดีมากกว่า ยืนยันว่าปลอดภัย 100% แน่ๆ

2. ควรที่จะเลือกเคสที่มีความครึ้มพอสมควร ที่ดีเยี่ยมที่สุดเป็นหน้าราว 2-4 มม. ด้วยความหนาเท่านี้จะช่วยทำให้คุณสามารถคุ้มครองการกระแทก แล้วก็รอยขูดขีดบน iPad ได้ดีที่สุด หากไม่เป็นการนำของแหลมกรีดลงไปบนเครื่องไม้เครื่องมือแบบจงใจ ก็ไม่มีทางที่ความทรุดโทรมจะทะลุลงไปถึง iPad ได้ หลบหลีกพวกเคสซิลิโคนบางๆด้วยเหตุว่าเคสแบบนี้จะไม่อาจจะคุ้มครองอันตรายให้กับ iPad ได้มากพอเพียง มีดีแค่สัมผัสแล้วมีความรู้สึกว่านุ่มมือ ดูล้ำยุคเพียงเท่านั้น แม้คุณเลือกเคสที่มีความหนามากเพียงพอ ก็เชื่อมั่นได้เลยว่า iPad ของคุณจะได้รับการคุ้มครองป้องกันเต็มกำลังอย่างแน่แท้

3. อย่าซื้อipad case รุ่นที่ทุกด้านปิดทึบไปเสียหมด ไม่มีช่องหรือรูอะไรให้อากาศผ่านได้เลย เนื่องด้วยการใช้แรงงาน iPad แต่ละครั้ง จะเกิดความร้อนขึ้นในตัวเครื่องไม้เครื่องมือ ถ้าหากเคสของคุณเป็นพลาสติกแข็งที่ปิดทึบหมดทุกด้าน เว้นรูไว้เพียงแค่ตรงลำโพงและก็ช่องแทงต่างๆแค่นั้น ความร้อนก็จะสะสมอยู่ใน iPad จนถึงคุณรู้สึกได้เลยว่าเครื่องมือของคุณร้อนราวกับไฟ เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมก่อให้เกิดผลกระทบให้กับ iPad หลายประการ ดังเช่น ทำให้แบตเตอรี่ใน iPad เสื่อมอายุการใช้งาน ทำให้เครื่องใช้ไม้สอยบางสิ่งบน iPad ได้รับความทรุดโทรม ฯลฯ ด้วยเหตุนั้นในการเลือกซื้อเคส คุณควรจะเลือกเคสที่มีช่องระบายอากาศสักนิด จะได้เป็นการถนอม iPad ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้นไปอีก

4. ไม่ควรซื้อเคส iPad ที่หนาเหลือเกิน เคส iPad อย่างครึ้ม ฟังดูแล้วราวกับจะใช้ดี คุ้มครองป้องกันอันตรายให้ iPad ได้ แม้กระนั้นที่จริงแล้ว มันเป็นตัวการที่สร้างอุปสรรคให้กับการใช้แรงงาน iPad ของคุณได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้น้ำหนัก iPad มากขึ้นจนนำเอาไปไหนมาไหนตรากตรำ หรือเพิ่มความลำบากสำหรับการต่อวัสดุอุปกรณ์เสริมต่างๆตัวอย่างเช่น หูฟัง สายชาร์จ ทำให้หัวต่อของวัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ถูกต่อเข้าไปได้ไม่สุดกำลังเนื่องจากว่าติดเคส สุดดท้ายก็ไม่สามารถที่จะใช้งานได้เลย จะต้องถอดเคสและก็หลังจากนั้นจึงค่อยต่อกันสิ่งเดียว เคสที่มีความหนาพอดี ดังที่กล่าวไปแล้วว่าควรจะอยู่ที่ 2-4 มิลลิเมตร ขอให้เลือกตามขนาดนี้ดีมากยิ่งกว่า

การเลือกเคส ipad มองดูเผินๆบางครั้งก็อาจจะมีความเห็นว่าไม่มีความสำคัญ แต่ว่าที่จริง ขั้นตอนนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนที่จำต้องให้ความใส่ใจเยอะพอสมควร เนื่องจากถือเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่า iPad แสนรักของคุณจะยังคงอยู่ไปได้โดยสวัสดิภาพเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน หรือจะมีรอยถลอกปอกเปิกไปซะก่อน ขอให้ผู้ใช้ iPad ทุกคนควรอย่าไม่เอาใจใส่

เครดิตบทความ บทความเคส ipad:  https://www.dotlife.store/

14
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

15
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

หน้า: [1] 2 3 ... 68