เมษายน 25, 2018, 07:49:15 AM

ผู้เขียน หัวข้อ: โรคมือเท้าปาก - อาการ, สาเหตุ, การรักษา-เเละ สมุนไพร  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

เมษายน 17, 2018, 09:47:21 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 17
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


โรคมือเท้าปาก  (Hand Foot and Mouth  disease – HFMD)
โรคมือเท้าปาก เป็นอย่างไร โรคมือ-เท้า-ปาก ไม่สบายเป็นผื่นชนิดหนึ่งที่ติดต่อกันง่าย แต่ว่ามักไม่ร้ายแรงรวมทั้งหายได้เองเป็นส่วนมาก ส่วนน้อยที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง ซึ่งโรค มือเท้าปาก เป็นโรคที่มักพบในเด็กตัวเล็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหน้าฝน มักมีต้นเหตุที่เกิดจากเชื้อไวรัสกรุ๊ป Enterovirus  แต่ว่าในแถบร้อนชื้น พบได้ทั่วไปได้ทั้งปีโดยส่วนมากแล้ว พบมากในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปีแต่บางทีอาจเจอในเด็กแก่กว่านี้ก็ได้ แล้วก็แม้มีการเกิดโรคในสถานที่เลี้ยงเด็กหรือในโรงเรียนอนุบาล ก็จะพบผู้ป่วยเยอะแยะขึ้นเพราะเหตุว่าโรคนี้ระบาดได้ง่าย
                อนึ่งโรคนี้เป็นโรคคนละชนิดกับโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยที่เจอได้ในสัตว์กีบคู่ ซึ่งโดยธรรมดาจะไม่ติดต่อมาสู่คน นอกจากในเรื่องที่คนไปสัมผัสคลุกคลีอยู่กับสัตว์ที่ป่วยหรือผู้ที่ดำเนินงานในห้องแลปเกี่ยวกับโรคในสัตว์กลุ่มนี้ ที่อาจมีรายงานการตำหนิดเชื้อได้บ้าง
                ในความเป็นจริงแล้ว โรคมือ เท้า ปาก ว่าไม่ใช่โรคใหม่ แม้กระนั้นรู้จักกันมานานมากกว่า 50 ปีแล้ว  โดยมีประวัติที่ไปที่มาของโรค ดังต่อไปนี้

  • พุทธศักราช 2500 มีรายงานการระบาดของกลุ่มอาการไข้ซึ่งเจอร่วมกับตุ่มน้ำใสในช่องปาก มือรวมทั้งเท้าในคนไข้เด็กที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา โดยเจอสาเหตุจากเชื้อ Coxsackie virus A16(Cox A16)1
  • พ.ศ. 2502 เจอการระบาดของกรุ๊ปอาการสิ่งเดียวกันในเมือง Bermingham อังกฤษ และได้มีการเรียกกลุ่มอาการนี้ว่า Hand-Foot-and Mouth Disease (HFMD)


ต่อไปก็มีรายงานการระบาดจากประเทศต่างๆทั่วทั้งโลก ซึ่งไวรัสที่กระตุ้นให้เกิดกลุ่มอาการมือ เท้า ปาก มิได้มีสาเหตุมาจากไวรัสประเภทเดียวแต่มีมากยิ่งกว่า 10 สายพันธุ์
สำหรับเพื่อการระบาดใหญ่ของกรุ๊ปลักษณะของโรคมือ เท้า ปาก พบว่ามีรายงานตั้งแต่ พุทธศักราช2540-2555 มีดังนี้

  • พ.ศ.2540 มาเลเซีย (เสียชีวิต 31 ราย) พุทธศักราช2541 ไต้หวัน (คนป่วย 1.5 ล้านราย เสียชีวิต 78 ราย)
  • พุทธศักราช2550 ประเทศอินเดีย (คนไข้ 38 ราย) แล้วก็ พ.ศ.2551 ประเทศอินเดีย (ผู้เจ็บป่วย 25,000 ราย เสียชีวิต 42 ราย) สิงคโปร์ (คนไข้มากยิ่งกว่า 2,600 ราย) เวียดนาม (คนป่วย 2,300 ราย เสียชีวิต 11 ราย) มองโกเลีย (คนป่วย 2,600 ราย) และบรูไน (คนเจ็บ 1,053 ราย)
  • พ.ศ.2552 จีน (ผู้ป่วย 115,000 ราย เสียชีวิต 85 ราย) แล้วก็ พ.ศ.2553 จีน (คนไข้ 1.6 ล้านราย เสียชีวิต 537 ราย)
  • พุทธศักราช2554 เวียดนาม (ผู้เจ็บป่วย 42,000 ราย เสียชีวิต 98 ราย) และจีน (คนป่วย 1.3 ล้านราย เสียชีวิต 437 ราย)
  • พุทธศักราช2555 เขมร (เสียชีวิต 52 ราย) จีน (ผู้ป่วย 460,000 ราย เสียชีวิต 112 ราย) ไทย (คนเจ็บ 168,60 ราย เสียชีวิต 1 ราย)


สำหรับสถานการณ์โรคมือเท้าปากในประเทศไทย อ้างอิงข้อมูลที่ได้มาจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ในปี 2558 มีคนป่วยทั้งสิ้น 40,417 ราย คิดเป็นอัตราส่วน 62.21 ต่อประชากร 1 แสนคน แล้วก็มีคนป่วยเสียชีวิต 3 ราย ส่วนในปี 2559 ข้อมูลปัจจุบันในวันที่ 28 มีนาคม 2559 มีผู้ป่วย 8,973 ราย คิดเป็นอัตราส่วน 13.78 ต่อมวลชน 1 แสนคน รวมทั้งยังไม่มีผู้ตาย
ตั้งแต่เริ่มมีการตรวจเจอเชื้อ EV71 ในผู้เจ็บป่วยโรค HFMD ในปี2541 ในประเทศไทยก็เริ่มมีการเฝ้าระวังรายงานและก็ซักถามคนป่วยสงสัยติดเชื้อโรค EV71 และก็คุ้มครองป้องกันควบคุมโรคจากนั้นเป็นต้นมา พบว่าผู้เจ็บป่วยจำนวนมากเป็นเด็กอายุต่ำยิ่งกว่า 2 ปีและก็ราวกึ่งหนึ่งติดเชื้อโรค EV71 ที่มีลักษณะไม่ร้ายแรง
ส่วนในด้านรายงานการแพร่ระบาดของโรคมือเท้าปากจากสำนักระบาดวิทยา พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึง 1 เดือนเมษายน 2559 มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนอีกทั้งตามโรงเรียนรวมทั้งในชุมชน 8 เหตุการณ์ จากปริมาณผู้ป่วย 22 ราย ทั้งนี้ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ชี้แนะให้โรงเรียนทำตามมาตรการที่กรมควบคุมโรคระบุ เพื่อป้องกันการเกิดโรคและก็การแพร่ระบาดของโรค
สาเหตุของโรคมือเท้าปาก โรคมือเท้าปากมีต้นเหตุที่เกิดจากการติดเชื้อกลุ่มเชื้อไวรัสเอนเทอโร (Enterovirus) ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลากหลายสาย ได้แก่ ค็อกแซคกีเอรวมทั้งบี (Coxsackie A, B), เชื้อไวรัสเอนเทอโรประเภท 71 (Enterovirus 71 – EV71) สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือการระบาดจากการติดเชื้อไวรัสค็อกแซคกีเอชนิด 16 (Coxsackievirus A 16) ซึ่งอาการมักจะไม่รุนแรง รวมทั้งคนเจ็บชอบหายได้เองเป็นส่วนใหญ่ ส่วนสาเหตุที่เจอได้น้อยแล้วก็มีลักษณะรุนแรงหมายถึงการติดเชื้อไวรัสเอนเทอโรประเภท 71 ซึ่งอาจจะเป็นผลให้คนเจ็บเกิดภาวะแทรกร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนั้นโรคมือเท้าปากยังบางทีอาจกำเนิดได้จากเชื้อไวรัสค็อกแซคกีเอชนิด 5, 7, 9, 10 รวมทั้งเชื้อไวรัสค็อกแซคกีบีประเภท 2 และ 5 ได้บ้าง
                ซึ่งโรคนี้โดยมากชอบต่อเนื่องกันที่เกิดขึ้นจากด้านการกินอาหาร น้ำ การดูดเลียนิ้วมือ หรือของเล่นเด็กที่แปดเปื้อนเชื้อที่ออกมากับอุจจาระ น้ำเหลืองจากตุ่มน้ำที่ผิวหนัง หรือละอองน้ำมูก น้ำลายของคนไข้ ส่วนน้อยที่ติดต่อโดยการดมเอาฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายที่คนเจ็บไอหรือจามรด  ซึ่งเมื่อเชื้อไปสู่ร่างกายแล้ว ราวๆ 3-6 วัน คนไข้ก็เลยจะมีอาการ
ลักษณะของโรคมือเท้าปาก  ภายหลังจากติดเชื้อโรค 3-7 วัน ผู้เจ็บป่วยจะเริ่มออกอาการเริ่มหมายถึงจับไข้ตํ่าๆโดยประมาณ 38-39o C แล้วก็มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวตอนนี้จะมีช่วงเวลา ประมาณ 1-2 วัน ต่อจากนั้นจะเริ่มมีลักษณะเจ็บปาก ตรวจร่างกายจะเจอมีรอยโรคในรอบๆปาก มือแล้วก็เท้าได้ดังต่อไปนี้

  • รอยโรคบริเวณปาก เจอในผู้เจ็บป่วยร้อยละ 100 มีรอยโรคจํานวน 5-10 แห้ง เจอได้ทุกบริเวณในปากแต่ว่าที่พบได้บ่อย คือ เพดานปาก ลิ้น รวมทั้งเยื่อบุกระพุ้งแก้ม รอยโรคระยะเริ่มต้น ลักษณะเป็นรอยสีแดงบางทีอาจนูนบางส่วนขนาด 2-8 มิลลิเมตรหลังจากนั้นจะกลายเป็นตุ่มนํ้าสีเทาขนาดเล็กขอบแดงตอนที่รอยโรคเป็นตุ่มนํ้าจะสั้น จึงมักตรวจไม่พบ  รอยโรคในระยะนี้แม้กระนั้นก็พบบ่อยลักษณะเป็นแผลตื้นๆสีเหลืองถึงเทาของแดงซึ่งบางครั้งอาจจะมารวมกันเป็นรอยโรคใหญ่ได้


ร้อยละ 80 ของคนป่วยลักษณะของการเจ็บปากจะไม่ร้ายแรงแล้วก็หายได้เองโดยไม่ต้องรักษาด้านใน 5-10 วัน

  • รอยโรคที่ผิวหนัง


บางทีอาจเกิดขึ้นพร้อมรอยโรคที่ปาก หรือต่อไปเล็กน้อยจํานวนตั้งแต่ 2-3 แห้งไปจนถึง 100 แห่ง พบ ที่มือบ่อยมากกว่าเท่า ลักษณะเป็นรอยแดงๆอาจนูนเล็กน้อยขนาด 2-10 มม. กึ่งกลางสีเทา บางรอยโรคมี ลักษณะเป็นตุ่มนํ้าใสขอบแดง มีกระจัดกระจายขนานไปกับแนวของผิวหนังอาจเจ็บหรือไม่ก็ได้จากนั้น 2-3 วัน จะ เริ่มตกสะเก็ด แล้วก็ค่อยๆหายไปข้างใน 7-10 วัน โดยไม่มีรอยแผลเป็นหลงเหลือ
บริเวณอื่นๆที่บางทีอาจเจอรอยโรคได้เหมือนกัน คือ ตูด แขน ขา และอวัยวะสืบพันธุ์ในเด็กแรกเกิดบางทีอาจเจอ กระจายทั่วตัวได้
โดยปกติโรคมือเท้า ปากจัดว่ามีลักษณะอาการน้อยส่วนใหญ่มักมีเพียงแค่ไข้ปวดเหมื่อยตามตัวและเจ็บปาก แต่ ในคนไข้บางรายอาจพบภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้โดยเฉพาะจากการตำหนิดเชื้อ enterovirus 71 ปัจจัยเสี่ยงต่อ การพบภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง เป็น

  • อายุในกรุ๊ปผู้ป่วยอายุน้อยจะเจออาการสอดแทรกรุนแรงแล้วก็เสียชีวิตมากยิ่งกว่าในกลุ่มผู้เจ็บป่วยที่แก่ ดังเช่นว่าการระบาดในปีพุทธศักราช2541 ที่ประเทศไต้หวัน พบว่าอัตราการเสียชีวิตโดยรวมเป็น44.4/100,000 รายแต่กรุ๊ปที่อัตราการตายสูงสุดหมายถึง6-11 เดือนพอๆกับ 96.96/100,000 ราย
  • เป็นไข้สูงเกินไปกว่า 39o C และนานเกิน 3 วัน
  • มีลักษณะคลื่นไส้มากมายกินอาหารมิได้


ซึ่งสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในข้อ 2 และก็ 3 จากการศึกษาวิจัยที่โรงหมอเด็ก Chang Gung ประเทศไต้หวัน พบว่า ชมรมกับการติดเชื้อ EV มากยิ่งกว่า Cox A  โดยมักจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน/ทางระบบประสาท ระบบหัวใจ และปอดได้สูง ทำให้คนเจ็บเสียชีวิตอย่างรวดเร็วจากภาวะปอดอักเสบน้ำ เลือดออกในปอด และก็ภาวการณ์ช็อก
แต่เชื้อคอกแซคก็ไวรัส เอ 16 ก็อาจก่อให้เกิดภาวะแทรกคือ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เยื่อหุ้มห่อหัวใจอักเสบ แล้วก็ภาวการณ์ช็อกได้ แต่พบได้น้อยกว่าจากเชื้อ เอนเทอโรไวรัส 71 มาก
ปัจจัยเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดโรคมือเท้าปาก

  • เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เป็นกลุ่มอายุที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมากที่สุด เพราะมักพบการติดเชื้อและการระบาดของโรคใน สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือศูนย์เด็กเล็กเป็นส่วนใหญ่
  • การที่ผู้ดูแลเด็กไม่ได้ให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อของโรคมือเท้าปาก
  • สภาพที่อยู่อาศัย หรือโรงเรียน/ศูนย์เด็กเล็กไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น มีลักษณะอับ ทึบ แสงแดดส่องไม่ถึง
  • การใช้ข้าวของเครื่องใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ช้อน ร่วมกัน
  • การไอ จาม รดกัน หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว
แนวทางการรักษาโรคมือ เท้าปาก การวินิจฉัยโรคมือเท้าปากโดยทั่วไปใช่อาการและอาการแสดงเป็นสําคัญ (clinical diagnosis) โดยแพทย์จะตรวจร่างกายหารอยโรคจําเพาะที่บริเวณมือเท้า ปากร่วมกับมีไข้ ได้แก่  ผู้ป่วยมีไข้ 38 – 39 องศาเซลเซียส  พบจุดนูนแดง ตุ่มน้ำใส หรือ แผลที่เยื่อบุปาก ลิ้น และเหงือก พบจุดแดงราบ ตุ่มนูน หรือตุ่มน้ำที่มือ เท้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และแก้มก้น
การตรวจรอยโรคที่ผิวหนัง (cutaneous lesion) ทางพยาธิวิทยา(histology) จะพบเม็ดเลือดขาวชนิด neutrophil และ lymphocyte เพิ่มขึ้น แต่จะไม้พบmultinucleated giant cell หรือ inclusion body 11 สําหรับในกรณีที่ต้องการทราบชนิดของเชื้อไวรัสที่ก้อโรค สามารถทําได้โดยการแยกเชื้อไวรัส หรือตรวจ ร่องรอยการติดเชื้อจากนํ้าเหลือง สําหรับประเทศไทยใช้วิธี micro-neutralization หากพบผู้ป่วยในข่ายสงสัยให้ เก็บตัวอย่างดังนี้

  • อุจจาระภายใน 14 วันของการป่วยโดยเก็บประมาณ 8 กรัม ใส่กล่องพลาสติกสะอาด
  • สวอบลําคอ (throat swab) โดยจุ่มปลายสวอบลงใน viral transport media ให้จมปลาย ตัวอย่างในข้อ 1 และ 2 ให้เก็บส่งโดยแช่เย็นในกระติกนํ้าแข็งอุณหภูมิ 4-8o C และส่งห้องปฏิบัติ การโดยเร็วที่สุด
  • เก็บเลือด 2 ครั้งประมาณ 3-5 มล.ต่อครั้ง ครั้งแรกที่สุดภายใน 3-5 วันหลังป่วยและครั้งที่ 2 หลัง จากครั้งแรก 14วัน โดยใส่ในหลอดแก้วปราศจากเชื้อพันพลาสเตอร์ให้แน่น เก็บตัวอย่างในตู้เย็น เพื่อรอส่งตรวจพร้อมกัน


โรคมือเท้าปากไม่มีวัคซีนหรือยาสำหรับรักษาโรคโดยตรง การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการ เช่นการให้ยาลดไข้ paracetamol หรือให้ยาบ้วนปากเพื่อช่วยลดอาการเจ็บของแผลในช่องปาก ถ้าตุ่มกลายเป็นหนองหรือพุพองก็จะให้ยาปฏิชีวนะ เช่น เพนิซิลลินวี อะม็อกซีซิลลิน อีริโทรไมซิน เป็นต้น ถ้ามีภาวะขาดน้ำเนื่องจากกินและดื่มไม่ได้ ก็จะให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ก็จำเป็นต้องรับเด็กไว้รักษาในโรงพยาบาลหรือส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญดูแลต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ.2539 มีการศึกษาที่ Medical College of Ohio ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการทดลองใช้ acyclovir ในการรักษาผู้ป่วยโรคมือเท้า ปาก 13 รายซึ่ง 12 รายเป็นเด็กอายุ 1-5 ปีและอีก 1 รายเป็นผู้ใหญ่ โดยเริ่มใช้ยา acyclovir ภายใน 1-2 วัน หลังเริ่มมีรอยโรคพบว่าอาการของผู้ป่วยดีขึ้น และรอยโรคเปลี่ยนแปลงดี ขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มรักษา ได้ให้ acyclovir ต่ออีก 5 วันจนรอยโรคหายไปหมด ผู้ศึกษาเชื่อว่า acyclovir อาจไปยับยั้งเอนไซม์ thymidine kinase ของ Cox A16แต่ก็อาจมีประโยชน์ ด้านอื่นด้วยเช่น อาจทําให้ผู้ป่วยสร้าง interferon เพื่อยับยั้งไวรัสมากขึ้น15 อย่างไรก็ดียังไม่มีการศึกษาเกี่ยวกับการใช้ acyclovir ในการ ลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
และหลังจากการติดเชื้อผู้ป่วยจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสที่ก่อโรค แต่อาจเกิดโรคมือเท้า ปากซํ้าได้จาก enterovirus ตัวอื่นๆ
การติดต่อของโรค มือ เท้า ปาก  โรคมือเท้าปากสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งจากตุ่มน้ำใส หรือสารคัดหลั่งจากจมูกและปากอันได้แก่ น้ำมูก เสมหะ หรือน้ำลาย นอกจากนี้แล้วไวรัสยังสามารถพบได้ในอุจจาระ โดยไวรัสสามารถแพร่กระจายได้ตั้งแต่ในระยะแรกที่แสดงอาการโดยช่วงที่มีการแพร่กระจายมากที่สุด คือ สัปดาห์แรกที่ผู้ป่วยมีอาการและอาจจะยังพบได้อีกหลายสัปดาห์ในอุจจาระของผู้ป่วยที่หายจากอาการของโรคแล้ว นอกจากนี้แล้วในผู้ใหญ่อาจจะสามารถแพร่กระจายเชื้อไวรัสได้โดยไม่แสดงอาการใดๆ ซึ่งการได้รับไวรัสอาจเป็นการได้รับโดยตรงเช่นจากการไอหรือจาม หรืออาจจะได้รับไวรัสโดยอ้อมโดยการสัมผัสกับพื้นผิวหรือสิ่งของที่มีเชื้อไวรัสอยู่ เช่นในสถานรับเลี้ยงเด็กซึ่งอาจมีของเล่นหรือของใช้เด็กที่ปนเปื้อนน้ำลายเนื่องจากเด็กเล็กมักชอบนำสิ่งของเข้าปาก  ดูดเลียนิ้วมือ รวมถึงจากการรับประทานอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ มือของผู้เลี้ยงดูเด็กที่ไม่สะอาด เป็นต้น  เนื่องจากโรคมือเท้าปากมักพบในเด็กเล็ก ดังนั้นการระบาดมักพบในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือตามโรงเรียนอนุบาล  เชื้อเอนเทอโรไวรัสสามารถทนสภาวะกรดในทางเดินอาหารมนุษย์ได้ และมีชีวิตอยู่ในอุณหภูมิห้องได้ 2-3วัน
โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเย็นหรือชื้นแฉะเชื้ออาจอยู่ได้เป็นเดือน  นอกจากนี้ การทำลายเชื้อต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม น้ำยาฆ่าเชื้อทั่วๆ ไปบางชนิด เช่น แอลกอฮอล์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์และแอลกอฮอล์เจลใช้ป้องกันไวรัสไข้หวัดได้ แต่สำหรับเชื้อไวรัสเอนเทอโร แอลกอฮอล์ไม่มีผลโดยตรง
การปฏิบัติตนเมื่อป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก เนื่องจากโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่จำเป็นต้องให้ยารักษาจำเพาะ เพียงแต่ให้การดูแลตามอาการ และเฝ้าติดตามอาการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด โดยมีวิธีปฏิบัติ ดังนี้

  • ทานยาลดไข้ พาราเซตามอล เป็นครั้งคราวเวลา มีไข้สูง
  • ดื่มน้ำมากๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ โดยสังเกตดูว่ามีปัสสาวะออกมากและใส จึงนับว่าได้น้ำพอเพียง
  • ในช่วงที่มีอาการเจ็บแผลในปาก ให้กินอาหารเหลวหรือของน้ำๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก แกงจืด นม น้ำเต้าหู้ น้ำหวาน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บในปาก อาจใช้วิธีอมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ ดื่มน้ำหรือนมเย็นๆ กินไอศกรีม หรือบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ (ผสมเกลือป่นครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่น ๑ แก้ว) วันละหลายๆ ครั้ง เพื่อบรรเทาอาการเจ็บแผลในปาก
  • แยกของใช้ไม่ใช้ร่วมกับคนอื่น เช่น แก้วน้ำ หลอดดูด ช้อน-ส้อม ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดมือ ขับถ่ายอุจจาระลงในในโถส้วม
  • ควรทำความสะอาดพื้นห้องและพื้นผิวอื่นๆ ที่สัมผัสบ่อยๆ รวมถึงห้องสุขาและห้องน้ำ โดยล้างด้วยน้ำและผงซักฟอก แล้วตามด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของคลอรีน เช่น ไฮเตอร์ ไฮยีน คลอร็อกซ์ โดยผสมตามฉลากปิดข้างขวด ทิ้งไว้ ๑๐ นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำให้สะอาดเพื่อป้องกันสารเคมีตกค้าง
  • แยกเด็กที่ป่วยไม่ให้คลุกคลีกับเด็กคนอื่นๆ ทั้งเพื่อนบ้าน และพี่น้องที่อยู่ในบ้านเดียวกัน เช่น การกอดรัด การเล่นของเล่นที่เปื้อนน้ำลายหรือน้ำมูกของผู้ป่วย โดยเฉพาะในกรณีที่มีน้องเล็กๆ อายุ ๑-๒ ปีหรือน้อยกว่า เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดอาการรุนแรง ไม่นำเด็กไปในที่ที่มีคนอยู่จำนวนมาก เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด สระว่ายน้ำ ควรให้เด็กอยู่ในที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี
  • ขอให้เด็กหยุดเรียนเป็นเวลา ๗ วันนับจากวันเริ่มมีอาการ (ถึงแม้ว่าเด็กอาจมีอาการดีขึ้นก่อนครบ ๗ วัน) หากเด็กมีอาการป่วยรุนแรงขึ้น เช่น ไข้สูง อาเจียน หอบเหนื่อย ซึม ชัก หรืออาการแย่ลง ต้องรีบพาไปรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที ในกรณีผู้ป่วยเป็นผู้ใหญ่ให้หยุดงานเป็นเวลา 7 วันเช่นกัน
  • ควรปรึกษาแพทย์ เมื่อมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
  • ตุ่มน้ำ กลายเป็นตุ่มหนองหรือพุพองจากการเกาให้แพทย์พิจารณาใช้ยาปฏิชีวนะรักษา
  • มีอาการเจ็บแผลในปาก จนกินอาหารและดื่มน้ำไม่ได้ มีภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะออกน้อย
  • มีอาการปวดศีรษะมาก อาเจียนรุนแรง ไม่ค่อยรู้ตัว ชัก แขนขาอ่อนแรง หรือหายใจหอบเหนื่อย ควรส่งโรงพยาบาลโดยด่วน
  • อาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์

การป้องกันตนเองจากโรคมือเท้าปาก

  • สำหรับเด็ก ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและก็สบู่ทุกครั้งข้างหลังการขับถ่าย ก่อนรับประทานอาหาร หรือเมื่อสัมผัสกับน้ำมูก น้ำลาย
  • สำหรับผู้ดูแลเด็ก ให้ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและก็สบู่ทุกคราวก่อนที่จะมีการเตรียมอาหาร ก่อนอาหาร และก็ข้างหลังการขับถ่าย รวมทั้งหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก หลังการช่วยล้างก้นให้แก่เด็กตัวเล็กๆที่พึ่งจะถ่าย หรือสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งของเด็ก ตัวอย่างเช่น น้ำมูก น้ำลาย
  • ให้บุตรหลานเลี่ยงการเล่น หรือคลุกคลีกับเด็กที่มีอาการป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก
  • ไม่นำเด็กตัวเล็กๆไปในที่ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า ตลาด สระว่ายน้ำ รวมทั้งควรจะให้อยู่ในที่ที่มีการระบายอากาศที่ดี ในตอนที่มีการระบาดของโรคมือเท้าปากในพื้นที่
  • หลบหลีกการใช้สิ่งของ อาทิเช่น แก้วน้ำ หลอดดูด ขวดที่เอาไว้ใส่สำหรับนม ช้อนชาม เสื้อผ้า ผ้าที่เอาไว้เช็ดตัว ของเด็กเล่น ฯลฯ  ร่วมกับผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่มีการระบาดของโรคนี้
  • ฝึกเด็กให้มีสุขนิสัยที่ดี รวมทั้งเลี่ยงการใส่นิ้วมือหรือของเล่นเด็กเข้าปาก
  • ทําความสะอาดพื้น ของใช้เสื้อผ้าที่บางทีอาจแปดเปื้อนเชื้อ ด้วยนํ้ายาฆ่าเชื้อที่ใช้ทั่วๆไปข้างในบ้าน
  • พ่อแม่ผู้ดูแลช่วยตรวจทานอาการของลูกหลานทุกเมื่อเชื่อวัน แม้มีแผลในปากหลายแผล โดยยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากเจ็บมากจนถึงทำให้ไม่ค่อยทานอาหาร ให้ช่วยแจ้งแก่สถานศึกษาเพื่อให้มีการปฏิบัติการควบคุมโรคที่เหมาะสม
  • สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่จะพาบุตรหลานที่เป็นเด็กเล็กไปต่างประเทศที่มีการระบาด สามารถเดินทางได้ตามปกติ โดยให้ประพฤติตัวตามความถูกอนามัยที่ดี หลบหลีกพาลูกหลานไปสถานที่ยัดเยียด รวมทั้งหากบุตรหลานมีลักษณะอาการเจ็บป่วยที่สงสัยโรคมือ เท้า ปาก ให้พาไปพบหมอ


สมุนไพรที่ใช้รักษา/บรรเทาอาการโรคมือเท้าปาก สมุนไพรที่สามารถนำมาใช้ทุเลาลักษณะโรคมือเท้าปากนั้นมีดังนี้ แม้มีแผลในปากก็สามารถใช้กลีเซอรีนพญายอหยอดบริเวณแผลได้ เหตุเพราะในใบพญายอมีสารฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ต้านทานการอักเสบ ทำให้แผลหายเร็วขึ้นและไม่มีอันตราย ไม่เป็นผลใกล้กัน
            สมุนไพรในโรค มือ-เท้า-ปากเป็นฟ้าทลายขโมย (Andrographis paniculata (Burm.F.) Nees.) เป็นงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่ทำในประเทศจีน โดยนักวิจัยได้สกัดสารสำคัญของฟ้าทลายขโมยและทำให้อยู่ในรูปแบบของยาฉีดเป็นAndrographolide Sulfonate injection
งานค้นคว้านี้ทำในเด็กที่เป็นโรค มือ-เท้า-ปาก อายุ 1-13 ปี ปริมาณ 230 คน โดยแบ่งเป็น 2 กรุ๊ป กรุ๊ปแรกจะได้รับการดูแลและรักษาแบบแผนเดิมร่วมกับ สารสกัดฟ้าทะลายโจรในแบบบาฉีด (Andrographolide Sulfonate injection) อีกกรุ๊ปจะได้รับการดูแลรักษาแบบแผนเดิม โดยติดตามผล 7-10 วัน ผลการค้นคว้าพบว่า กรุ๊ปแรกจะพบอาการเข้าแทรกแบบร้ายแรงน้อยกว่ากลุ่มลำดับที่สองอย่างเป็นจริงเป็นจัง นอกเหนือจากนี้ยังทำให้ไข้ลดน้อยลงได้เร็วขึ้น ทำให้แผลที่ผิวหนังและแผลในปากหายมากกว่ากรุ๊ปหวานใจษาแบบแผนเดิม และไม่เจอการเสียชีวิตและก็ผลข้างเคียงที่รุนแรงในกลุ่มทดลองอีกด้วย
เอกสารอ้างอิง

  • ดร.ภก.ปิยทิพย์ ขันตยาภรณ์.โรคมือเท้าปากในเด็ก.บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.ภาควิชาจุลชีววิทยาคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • Chang L, Lin T, Huang Y, et al. Comparison of enterovirus 71 and coxsackie-virus A16 clinical illnesses during the Taiwan enterovirus epidemic, 1998. Pediatr Infect Dis J 1999;18(12): 1092-6.
  • Abzug MJ. Hand-Foot-and-Mouth Disease. Kliegman: Nelson Textbook of Pediatrics, 19th ed.
  • รศ.นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ.โรคมือ-เท้า-ปาก.นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ 326.คอลัมน์สารานุกรมทันโรค.มิถุนายน.2549
  • โรคมือ-เท้า-ปาก (Hand-Food-and-Mouth Disease; HEMD) และโรคจากเชื้อ Enterovirus 71 (EV-71) .หน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล.
  • หนังสือตำราการตรวจรักษาโรคทั่วไป “โรคมือ-เท้า-ปาก (Hand-foot-and-mouth-disease)”.  (นพ.สุรเกียรติ อาชานานุภาพ).  หน้า 1121-1123. http://www.disthai.com/
  • Alsop J. Hand-foot-and-mouth disease in Birmingham in 1959. Br Med J 1960;2:1708.
  • Shelley WB, Hashin M, Shelley ED. Acyclovir in the treatment of hand-foot-and-mouth disease.Cutis 1996;57:232-4.
  • โรคมือ เท้า ปาก พ.ศ.2555. หมอชาวบ้าน(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก
  • Ho M, Chen E, Hsu K, et al. An epidemic of enterovirus 71 infection in Taiwan. N Engl J Med 1999; 341(13): 929-35.
  • Jennifer CH, Antoinette FH. Hand-food-and-mouth disease. In: Freedberg IM, Eisen AZ, editors. Fitzpatrick’s Dermatology in General Medicine. 5th ed. New York: McGraw-Hill; 1999. p. 2403-7.
  • สมุนไพรที่เคยมีการทำวิจัยในโรคมือเท้าปาก.อภัยภูเบศสาร.ปีที่ 12 .ฉบับที่133.กรกฎาคม.2557
  • Luan YC, Tzou YL, Yhu CH, Kou CT, Shin RS, Ming LK, et al. Comparison of enterovirus 71 and coxsackie virus A16 clinical illnesses during the Taiwan enterovirus epidemic, 1998.Pediatr Infect Dis J 1999;18:1092-6.
  • Robinson CR. Report on an outbreak of febrile illness with pharyngeal lesions and examthem. Toronto, Summer 1957-isolation group A Coxsackie virus. Can Med Assoc J 1958;79:615.
  • Theokiss Z, Joel DK. Enterovirus infection. Pediatrics in Review 1998;19:183-91.
  • พญ.ชนิกานต์ คีรีวิเชียร,พญ.ธันยวีร์ ภูธนกิจ.โรคมือเท้าปาก (Hand-Food-and-Mouth-Disease).คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.กันยายน 2545.หน้า 1- 9
  • โรคมือเท้าปาก-อาการ,สาเหตุ,การรักษา.พบแพทย์(ออนไลน์)เข้าถึงได้จาก