มิถุนายน 22, 2018, 04:23:38 PM

ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสายสัญญาณเสียง 6 แนวทางสำรวจประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 09, 2018, 05:07:49 PM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 142
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 วิธีตรวจสอบคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง เป็นอุปกรณ์สำหรับใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออก ณ เครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
เดี๋ยวนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านค้าขายเครื่องใช้กระแสไฟฟ้ารวมทั้งเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น หลายยี่ห้อให้พวกเราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้คุณภาพของสินค้ามีความไม่เหมือนกันด้วย ถ้าหากว่าพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แม้กระนั้นถ้าเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเจอกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งยังเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่อาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาถูกหรือผลิตภัณฑ์ราคาแพง ต่างก็มีคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี รวมทั้งปัญหาในตัวเองผสมปนเปกันไป เพราะฉะนั้น พวกเราจึงจึงควรมีวิธีการพื้นฐานสำหรับพิจารณาคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การสำรวจคุณภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำได้ 6 วิธีดังต่อไปนี้
1. สำรวจความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่พวกเราสามารถพิจารณาด้วยตนเองได้ และก็ควรจะเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องด้วยสายสัญญาณเสียงในตอนนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่ราคาแพงถูกชอบมีสายออกจะแข็ง ในเวลาที่สายสัญญาณเสียงราคาสูงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อแนะนำเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป ด้วยเหตุว่าจะไม่สามารถพับสายได้ ถ้าพับ ม้วนเก็บสายย่อมทำให้เกิดปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น ด้วยเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานเป็นประจำย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ง่ายๆสาย audio cableที่ยอดเยี่ยม ควรจะเป็นสายที่อ่อนพอจะสามารถพับได้อย่างไม่มีการเสียหาย แต่ว่าในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกจนขาด หากเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. สำรวจวัสดุที่ใช้เพื่อทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาขายในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆสำหรับเพื่อการทำหัวสาย ตัวอย่างเช่น ทองบรอนซ์ และก็อลูมินัม ขอแนะนำว่าควรเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดียิ่งกว่า เพราะเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยมีปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ในเวลาที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าเกิดแทงไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกเหนือจากนี้ ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนสูง มีอายุการใช้งานนาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเรื่องการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ในขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจำเป็นต้องใช้งานอย่างรอบคอบ แม้ไม่ถนอม หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็วทันใจ
3. วิเคราะห์การยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือเปล่า โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหงุดหงิดบได้อย่างสนิท ตอนที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหงุดหงิดบ รวมทั้งหากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมได้ จะต้องทิ้งอย่างเดียว โดยเหตุนี้สำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราก็เลยต้องสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. พิจารณาความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร เพราะเป็นความยาวที่สมควรในการแทงเข้ากับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่เกิดการคลอนหรือหละหลวม ทั้งยังแทงได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเกินไป จะไม่อาจจะแทงกับวัสดุอุปกรณ์ได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงๆจำเป็นต้องคอยประคองไว้ ส่วนหากโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อเสียบกับวัสดุอุปกรณ์จะทำให้มีโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมา ถ้าหากเผลอไปชนเข้าอาจจะส่งผลให้สายมีการหักได้
5. ตรวจสอบความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยเพียงใด ข้อนี้ถึงแม้ว่าจะมิได้มีผลต่อคุณภาพการใช้แรงงานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ ด้วยเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่กำเนิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินกระทั่งเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเหลือเกินจนถึงเกิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นอย่างไร ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับทิ่มวัสดุอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วๆไป จะต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจสอบยี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็นับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ผลิตขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกสินค้าจากแบรนด์แปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เนื่องจากว่าชอบเป็นสินค้าที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ มีโอกาสทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
แนวทางในการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพนับว่าเป็นเรื่องที่เราจำต้องให้ความใส่ใจ เพื่อให้การเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สาย audio cable