RENOVATE รับตกแต่งออกแบบบ้าน ร้านกาแฟ ภายใน ทำร้านสักคิ้ว มีภาพจำลอง3D ติดต่อ
สิงหาคม 17, 2018, 12:22:13 AM

ผู้เขียน หัวข้อ: RENOVATE รับตกแต่งออกแบบบ้าน ร้านกาแฟ ภายใน ทำร้านสักคิ้ว มีภาพจำลอง3D ติดต่อ  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 14, 2018, 12:12:40 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4046
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ให้บริการ - ค่าผลิต คิดตามจำนวนเฟอร์นิเจอร์ในแบบ ไม่มีขั้นต่ำ
Renovate, Innovate,  ออกแบบร้านกาแฟ RENOVATE รับตกแต่งออกแบบบ้าน ร้านกาแฟ ภายนอก ทำร้านโชว์ห่วย มีภาพจำลอง3D ติดต่อ เรามีสำนักงาน 2 สาขาที่กรุงเทพ และหัวหิน
งานออกแบบปรับปรุงห้องชุดพักอาศัย
โครงการ : NOBLE ORA ซ.ทองหล่อ
style : MODERN CLASSIC

พื้นที่ใช้สอย : 70 ตร.ม.
ค่าออกแบบ : 390 บ./ตร.ม.
ขั้นตอนออกแบบเสร็จสิ้น กำลังดำเนินการผลิต


 
ชงกาแฟให้กลมกล่อม
กาแฟอาราบิก้า ชื่อวิทยาศาสตร์ Coffea arabica L. จัดอยู่ในวงศ์เข็ม (RUBIACEAE)
ต้นกาแฟอาราบิก้า เป็นพืชประจำถิ่นของทวีปอัฟริกา บริเวณประเทศเอธิโอเปีย แต่ชาวอาหรับเป็นชาติแรกที่นำกาแฟมาชงดื่ม จึงทำให้ชื่อภาษาละตินของกาแฟใช้คำว่า “อาราบิก้า” (arabica) เป้าหมายถึงชาวอาหรับ โดยต้นกาแฟจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ที่มีความสูงของต้นราวๆ 2-4 เมตร ในปัจจุบันเพาะปลูกกันมากในเขตร้อนชื้นรวมทั้งครึ่งหนึ่งเย็น
ใบกาแฟอาราบิก้า ใบเป็นใบโดดเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบแหลมเล็กน้อย ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างราว 8-12 ซม. รวมทั้งยาวประมาณ 15-20 ซม. แผ่นใบเรียบเป็นเงา ครั้งคราวเป็นคลื่น มีหูใบอยู่ระหว่างก้านใบ
ดอกกาแฟอาราบิก้า ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ กลีบดอกไม้เป็นสีขาว ชิดกันเป็นหลอด ดอกมีกลิ่นหอมหวน
ผลกาแฟอาราบิก้า ผลได้ผลสำเร็จสด รูปแบบของผลเป็นรูปไข่แกมทรงกลม โดยผลอ่อนจะเป็นสีเขียว แต่ว่าเมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงจุดเด่นของกาแฟอาราบิก้าเป็นมีกลิ่นหอมยวนใจรวมทั้งสารกาแฟสูง ทำให้เมื่อดื่มแล้วรู้สึกได้ถึงความแคล่วคล่องว่องไว เบิกบานใจ โดยกาแฟจำพวกนี้จะมีปริมาณของคาเฟอีนต่ำ เป็นกาแฟที่มีคุณภาพสูง มีความหอมไม่ด้อยกว่าผู้ใดกันแน่ เพียงแค่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เหตุเพราะขาดการสนับสนุนรวมทั้งการโปรโมทที่ดี ในประเทศไทยมีการปลูกกาแฟจำพวกนี้กันมากทางภาคเหนือบนดอยสูง
กาแฟโรบัสต้า ชื่อสามัญ Robusta coffee
ชื่อวิทยาศาสตร์ Coffea canephora Pierre ex A.Froehner (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Coffea robusta L.Linden)
ต้นกาแฟโรบัสต้า ลำต้นเติบโตมาจากรากแก้ว มีลักษณะเป็นข้อรวมทั้งปล้อง โคนใบจะอยู่ตามข้อของลำต้น เมื่อต้นโตขึ้นใบจะหลุดล่วงไป โคนใบมีตา 2 ประเภท คือ ตาบนและก็ตาล่าง ตาบนจะแตกกิ่งออกมาเป็นกิ่งกิ่งก้านสาขาที่ 1 ลักษณะเป็นกิ่งนอนขนานกับพื้นดินมีข้อแล้วก็บ้อง แต่ละข้อจะมีกรุ๊ปตาดอกที่จะติดได้ผลกาแฟต่อไป ส่วนตาล่างจะแตกออกเป็นกิ่งตั้ง กิ่งจะตั้งตรงขึ้นไปเสมือนลำต้น และไม่ติดผล แต่สามารถสร้างกิ่งกิ้งก้านที่ให้ดอกผลได้ ซึ่งเรียกเป็นกิ่งแขนงที่ 1 ด้วยเหมือนกัน รวมทั้งกิ่งแขนงที่ 1 ยังสามารถแตกกิ่งกิ่งก้านสาขาต่อไปได้อีกเป็นกิ่งแขนงที่ 2 และก็กิ่งแขนงที่ 2 ก็สามารถแตกเป็นกิ่งกิ้งก้านที่ 3 ได้อีก โดยกิ่งแขนงพวกนี้จะกำเนิดในลักษณะเป็นคู่สลับเยื้องกันบนลำต้นหรือกิ่งตั้ง เมื่อมีการตัดลำต้นกาแฟ ตาล่างบประมาณนลำต้นจะแตกกิ่งตั้งมา กิ่งก็จะแตกเป็นกิ่งแขนงที่ 1, 2 และก็ 3 ต่อจากนั้นก็จะมีการสร้างดอกและผลกาแฟต่อไป โดยต้นกาแฟนั้นจะสามารถแพร่พันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด
ใบกาแฟ ใบเป็นใบผู้เดียว กำเนิดที่ข้อเป็นคู่ตรงกันข้ามกัน โคนใบและหลายใบเรียวแหลม ส่วนขอบใบหยักเป็นคลื่น ตรงกลางใบกว้าง ผิวใบเรียบนุ่มเป็นเงา มีปากใบอยู่ด้านท้องใบ แต่ละใบจะมีปากใบราว 3 ล้านถึง 6 ล้านรู โดยปากใบโรบัสต้าจะมีขนาดเล็กกว่าปากใบของกาแฟอาราบิก้า แม้กระนั้นจะมีมากไม่น้อยเลยทีเดียวกว่า อายุใบโดยประมาณ 250 วัน ส่วนก้านใบนั้นมีขนาดสั้น
ดอกกาแฟ ปกติแล้วดอกกาแฟจะออกเป็นดอกลำพังบริบูรณ์เพศ มีกลีบดอกไม้ราวๆ 4-9 กลีบ ส่วนกลีบเลี้ยงมี 4-5 ใบ มีเกสร 5 อัน แล้วก็มีรังไข่ 2 ห้อง ในแต่ละห้องของรังไข่จะมีไข่ 1 ใบ ผลกาแฟก็เลยมีเม็ด 2 เมล็ด ดอกจะออกเป็นกรุ๊ปๆรอบๆโคนใบบนข้อของกิ่งกิ้งก้านที่1, 2 หรือ 3 กรุ๊ปดอกแต่ละข้อจะมีดอกราว 2-20 ดอก ดอกจะออกมาจากกิ่งแขนงจากข้อที่อยู่ใกล้กับลำต้นออกไปหาปลายกิ่งแขนง โดยธรรมดาแล้วต้นกาแฟจะมีดอกตามข้อของกิ่ง ข้อที่ออกดอกออกผลแล้วในปีต่อไปก็จะไม่ออกดอกและได้ผลอีก
ผลกาแฟ ผลมีลักษณะเป็นทรงรี ก้านผลสั้น ผลดิบเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้ม แล้วก็สีแดง ผลกาแฟจะมีเปลือก พื้นที่มีสีเหลือง (เมื่อสุกมีรสหวาน) และก็กะลาที่ห่อหุ้มเม็ด ช่วงระหว่างกะลากับเม็ดจะมีเยื่อบางๆที่ห่อหุ้มเม็ดอยู่ ซึ่งพวกเราเรียกว่า “เยื่อหุ้มห่อเมล็ด” ในแต่ละผลจะมี 2 เมล็ดประกับกันอยู่ ก้านที่เกาะติดกันจะอยู่ภายในมีลักษณะแบน มีร่องตรงกลางเมล็ด 1 ร่อง ส่วนภายนอกโค้ง รูปแบบของเม็ดจะเป็นเมล็ดลำพังหรือเม็ดโทน ในบางครั้งหากการผสมเกสรไม่สมบูรณ์ จะก่อให้ผลติดเมล็ดเพียงแต่เมล็ดเดียว (คิดเป็นประมาณ 5-10%) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูปกลมรีเม็ด มีร่องกึ่งกลาง 1 ร่อง เม็ดประเภทนี้จะเรียกว่า “พีเบอร์รี่“
คุณลักษณะเด่นของกาแฟโรบัสต้า โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเราจะนำกาแฟโรบัสต้ามาผลิตเป็นกาแฟสำเร็จรูป หรือเอามาผสมกับกาแฟอาราบิก้าบางส่วน เพื่อผลิตเป็นกาแฟคั่วบดให้มีรสชาติที่ไม่เหมือนกันออกไป สำหรับกาแฟโรบัสต้านั้นมีคุณลักษณะเด่นในเรื่องของบอดี้ เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกได้ถึงความนุ่ม เปียกคอ กาแฟประเภทนี้จะมีจำนวนของคาเฟอีนสูงกว่ากาแฟอาราบิก้าเป็น 2 เท่า กาแฟโรบัสต้าในประเทศไทยจะมีการเพาะกันมากทางภาคใต้บนพื้นที่ราบ อย่างเช่นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและก็จังหวัดชุมพร
Drip : กรรมวิธีการนี้เกิดขึ้นมาประมาณปี คริสต์ศักราช 1905 ในเยอรมันนีซึ่งถัดมาในปี ค.ศ. 1908 ก็ได้มีชื่อเสียงอย่างมากมายของผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ชอบชงกาแฟดื่มเองที่บ้าน
วิธีการชงกาแฟแบบ Drip : จะทำโดยการใช้น้ำร้อนหรือหยดน้ำร้อนผ่านกาแฟบด ต่อจากนั้นให้ของเหลวผ่านกระดาษกรอกหรือ filter สำหรับที่ใช้ชงกาแฟแบบ drip ลงไปยังภาชนะรองรับ ซึ่งเมื่อผ่าน filter อาจจะมีการเสียรสชาติไปบ้างแต่ว่าไม่มาก ซึ่งนับได้ว่าเป็นแนวทางที่ง่ายเหมาะกับทำที่บ้านได้ด้วยตัวเอง สามารถใช้ได้กับการชงกาแฟในจำนวนมากกว่า 1 แก้วได้อย่างสบาย โดยจะมีเครื่องต้มกาแฟ ชื่อ drip maker หรือ coffee machine ที่หาซื้อได้ง่ายๆ
French Press : แนวทางการนี้เกิดขึ้นประมาณปี 1850 โดยนักออกแบบชาวอิตาเลียน การชงกาแฟโดยวิธีการแบบนี้นั้น ควรมีเครื่องชงกาแฟแบบ French press ซึ่งหาซื้อได้ง่ายๆตามตลาด ทำให้ได้รสของกาแฟที่แท้จริงแต่ยังไงก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลกับเศษหรือกากกาแฟที่หลุดลอดออกมานะเนื่องจากว่านั่น เป็นเสน่ืห์ของแนวทางแบบนี้ ซึ่งกาแฟที่ได้จะไม่ clean เท่าแบบ Drip ก็ไม่ต้องตกใจ
วิธีการชงกาแฟแบบ French Press : ก็ไม่ยุ่งยาก
ขั้นที่ 1 : พวกเราจะต้องมีกาแฟบดก่อนซึ่งจะต้องใช้กาแฟบดที่หยาบคายหน่อยนะเพราะถ้าเราบดละเอียดมากเลย ผงกาแฟจะหลุดลอดตะแกรงของเครื่องชงได้
ขั้นที่ 2 : เพิ่มเติมผงกายุบดลงไปในเครื่องชง ใช้กาแฟโดยประมาณ 7 กรัม
ขั้นที่ 3 : เติมน้ำร้อนลงไปประมาณ 1/3 ของแก้วคอยให้กาแฟซึมน้ำซัก 30-40 วินาที ต่อจากนั้นเพิ่มน้ำร้อนเข้าไปจนเต็ม
ขั้นที่ 4 : เอาฝามาปิด อย่าลืมนะก่อนปิดฝาให้ดึงที่กรองขึ้นจนกระทั่งสุดก่อน ปิดฝาทิ้งเอาไว้ราว 4 นาที
ขั้นที่ 5 : กดที่กรองลงมาเพื่อดันเศษกาแฟลงไปข้างล่างต่อจากนั้นก็รินใส่ถ้วยกินได้ในทันทีเลย
Espresso : แนวทางการนี้เกิดขึ้นราวๆปี คริสต์ศักราช 1901 ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี หลายๆท่านบางครั้งอาจจะเคยชินกับชื่อนี้อย่างยิ่ง และก็อาจจะเกิดความสับสนราวกับผมในครั้งก่อนว่า มันเป็น ชื่อพันธุ์กาแฟ หรือไม่ก็สูตรกาแฟดำที่ชื่อ เอสเปรสโซ่ อันที่จริงแล้ว Espresso ชื่อนี้เป็นขั้นตอนการชงกาแฟ มาจากภาษาละตินที่มีความหมายว่า ดัน หรือ กด แล้วก็กาแฟที่ได้จากเครื่องนี้ก็จะเรียกว่า “กาแฟเอสเปรสโซ่” ซึ่งก็จะฯลฯทางของแนวทางการทำกาแฟสูตรต่างๆอย่างเช่น Latte, Mocha, Cappuccino, Macchiato หรือ Espresso con Panna เป็นต้น
Chemex : แนวทางลักษณะนี้เกิดขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1931 ซึ่ง ไม่ค่อยแพร่หลายเท่าไหร่ โดย Chemexหมายถึงกรวยชงกาแฟประเภทหนึ่ง โดยลักษณะที่คล้ายๆกับการ Drip ที่ใช้น้ำร้อนเทใส่ผงกาแฟและก็ผ่านกระดาษกรองลงไป แต่ว่ากรรมวิธีนี้เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ทุกขั้นตอนจะทำด้วยมือตั้งแต่การบดจะไปถึงการเทน้ำร้อนใส่ผงกาแฟ
Cupping : ขั้นตอนการนี้ใช้สำหรับนักชิมกาแฟ หรือ Master Taster โดยก่อนที่ผู้สร้างกาแฟจะส่งขายไปยังผู้ซื้อต้องมีการชิมกาแฟก่อน ซึ่งผู้ลองกาแฟก็จะชงกาแฟด้วยวิธี Cuppingหมายถึงบดกาแฟที่ต้องการชิมรสชาติ เป็นต้นว่า กาแฟ 1 ชนิดก็จะคั่ว 3 ระดับเป็น อ่อน กึ่งกลาง และก็ เข้ม แล้วหลังจากนั้นก็เอามาบดแล้วใส่ผงกาแฟลงในถ้วยแก้ว 3 ถ้วยแล้วหลังจากนั้นก็เติมน้ำร้อนลงไป เพียงพอถึงขั้นตอนการลอง เค้าก็จะเอาช้อนเฉือนหรือตักผงกาแฟที่ลอยอยู่ออกและเริ่มทำการลองกาแฟได้เลย
สรรพคุณของกาแฟ

  • มีงานวิจัยหลายงานที่ระบุว่าเมล็ดกาแฟมีสารคาเฟอีนที่มีฤทธิ์กระตุ้นหัวใจและกระตุ้นประสาทส่วนกลาง การดื่มกาแฟจึงช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้ตาแข็ง นอนไม่หลับ ทำให้ร่างกายสดชื่น ขจัดความเซื่องซึมและอ่อนล้าได้, โดยมีการยืนยันจากผลการทดลองที่ทำการทดลองกับนักกีฬากลุ่มหนึ่งที่ได้ดื่มกาแฟในระหว่างการฝึกซ้อม และได้พบว่านักกีฬากลุ่มดังกล่าวสามารถฝึกซ้อมกีฬาได้นานขึ้นหรืออึดมากขึ้น โดยความคึกคักที่เกิดขึ้นจะมีระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
  • จากการศึกษากับนางพยาบาลจำนวน 83,000 คน ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ และดื่มกาแฟวันละ 4 แก้ว พบว่า กาแฟสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดการอุดในเส้นเลือดได้ถึง 43%
  • มีงานวิจัยที่ได้พิสูจน์แล้วว่า กาแฟมีประโยชน์ในการช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี
ขั้นตอนง่ายๆที่จะเป็นแถวทางสู่บ้านในฝัน
การออกแบบด้วยคนเขียนแบบนั้นนับเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมากในการก่อสร้างบ้าน สถาปนิกที่เก่ง จะช่วยแก้ไขปัญหาการจัดสรรพื้นที่ ช่วยทำให้บ้านของเราสวยสดงดงาม มีสไตล์ แถมยังอยู่สบายสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้อาศัยในบ้าน แต่ว่าถ้าเกิดอยากก่อสร้างบ้านหลังเล็ก ย้ำการอยู่อาศัยอย่างง่าย การออกแบบบ้านด้วยตนเองเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่สามารถทำเป็น จุดสำคัญคือการติดต่อสื่อสารกับช่างก่อสร้างให้ได้รู้ถึงสิ่งที่ต้องการของพวกเราเอง แล้วก็วิธีการสื่อสารที่ง่ายที่สุดในการก่อสร้างบ้าน โน่นคือการวาดแปลนบ้านนั่นเองนะครับ สำหรับวันนี้ “บ้านไอเดีย” ขอนำแนวทางดีไซน์บ้านด้วยตัวเองอย่างง่าย โดยจะเน้นไปถึงการจัดสรรพื้นที่ พร้อมกับวาดผังแปลนภายในบ้านด้วยตัวเอง เพื่อนำแบบแปลนดังกล่าวมาแล้วข้างต้นไปให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรืออาจส่งต่อให้สถาปนิกเขียนแบบแบบแปลนมาตรฐาน เพื่อจะได้นำไปต่อยอดเป็นแปลนบ้านใช้งานจริงกันครับ
1. ตรวจที่ดิน : ก่อนที่จะถึงกับขนาดตอนการออกแบบบ้าน อย่างแรกที่สำคัญอย่างใหญ่โตเป็นการศึกษาเล่าเรียนแปลงที่ดินของเราเองอย่างระมัดระวัง ที่ดินมีหน้ากว้างกี่เมตร ลึกกี่เมตร ทิศไหนอยู่ด้านไหนบ้าง การสำรวจทิศทางนี้เพื่อให้เราได้วางแผนผังบ้านได้อย่างเหมาะควร สอดคล้องกับลักษณะของอากาศ ลมและแสงแดด ขนาดของที่ดินยังบอกถึงขนาดแล้วก็ทรงของบ้าน ดังเช่น มีที่ดิน 40 ตำรวจม. แต่ว่าอยากพื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม แน่ๆว่าต้องออกแบบเป็นบ้าน 2 ชั้นแค่นั้น รวมทั้งการออกแบบจะต้องเผื่อขอบเขตระยะร่นตามกฎหมายกำหนดไว้ (อ่านกฎหมายระยะร่น)
2. กำหนดสไตล์ : การเลือกสไตล์ของบ้าน เป็นการระบุขอบเขต เป้าหมาย เพื่อจินตนาการของความอยากได้มีความเด่นชัดเพิ่มมากขึ้น นักอ่านอาจขับขี่รถท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆพักรีสอร์ท ยอดเยี่ยมบ้านเพื่อน หรือแม้ให้สบายหน่อยก็เพียงแต่คลิกเข้าชมเว็บไซต์บ้านไอเดีย แบบอย่างบ้านเหล่านี้เราสามารถนำมาประยุกต์ ระบุกรรมวิธีวางแบบบ้านในฝันของเราได้ แม้กระนั้นจำต้องขอย้ำให้ทราบกันก่อนว่า พวกเราสามารถนำวางแบบมาประยุกต์ใช้ได้ แต่ว่าไม่สามารถที่จะไปจำลองแบบได้ครับผม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านหรือเจ้าของแบบโดยตรง โดยปกติแล้วสไตล์ของบ้านมีออกจะมากมาย ไทยปรับใช้ , Vintage , Loft , Minimal , Tropical , หรือบางทีอาจเลือกเอกลักษณ์ของบ้านจากต่างแดน เป็นต้นว่า บ้านสไตล์ทัสคานี ฯลฯ ทั้งหมดนี้ไม่มีความจำเป็นต้องมีส่วนประกอบที่เช่นเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ เราบางทีอาจผสมผสานรวมแต่ละสไตล์ เลือกจุดที่ชอบนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเปลี่ยนเป็นสไตล์ของพวกเราเองได้เช่นเดียวกันครับผม เผชิญที่แห่งไหน ถ่ายภาพเก็บไว้ หรือถ้าชอบตัวอย่างแบบบ้านในเว็บไซต์บ้านไอเดีย ก็บางทีอาจจะเซฟลิงค์เก็บไว้ เผื่อตอนใช้งานจริงจะได้ค้นหาข้อมูลพบ การเลือกสไตล์บ้านที่ดี เว้นเสียแต่ความชอบพอส่วนตัวแล้ว สถานที่ก่อสร้างเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรจะออกแบบบ้านให้สมควร คล้ายคลึงหรือมองเข้ากับสถานที่ ชุมชนที่พักที่อาศัยด้วยขอรับ
3. เขียนความปรารถนาลงไป : ก่อนที่จะมีการออกแบบของที่จำเป็นอย่างยิ่ง คือการวิเคราะห์สิ่งที่ต้องการ ขั้นตอนนี้จะต้องสนทนากันทั้งยังครอบครัว มีสมาชิกกี่คน อยากได้อะไรบ้าง อยากได้แบบไหน มีเฉลียง เฉลียงระเบียง มีกี่ห้องนอน กี่ห้องสุขา เป็นคนชอบทำครัวหรือไม่ ห้องรับแขก ห้องดูทีวี ห้องทำงาน ปัญหาพวกนี้แต่ละบ้านย่อมมีความแตกต่างกัน โดยยิ่งไปกว่านั้นความจำเป็นหลักพื้นฐาน ตัวอย่างเช่น จำนวนห้องนอน ห้องอาบน้ำ ฯลฯ
4. ระบุขนาด : เมื่อรู้สิ่งที่มีความต้องการแล้ว กำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องลงไป อยากให้กว้าง ยาว กี่เมตร การกำหนดขนาดแต่ละห้องจะช่วยทำให้สามารถพินิจพิจารณาหาพื้นที่ใช้สอยรวมได้ ผลวิเคราะห์นี้จะก่อให้การออกแบบบ้านชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงยังช่วยทำให้เราทราบอีกว่า เราควรจะสร้างบ้านกี่ชั้นถึงจะสมควร ถ้าหากมีที่ดินอยู่แล้วจำเป็นที่จะต้องดีไซน์ให้สอดคล้องกับที่ดิน แต่ถ้ายังไม่มีที่ดิน การกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอย จะทำให้เราหาซื้อที่ดินได้ตามขนาดที่ต้องการ การกำหนดขนาดนี้ยังสามารถนำไปอิงกับการประมาณราคาก่อสร้างได้อีกด้วยครับผม
5. กำหนดตำแหน่ง ทิศทาง : การออกแบบผังบ้านที่ดีควรจะออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อการอยู่อาศัยในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะควรที่สุด โดยรวมแล้วจะพิจารณาถึงแนวทางของแดด แล้วก็แนวทางลม โดยแสงแดดจะส่องมากมายในทิศตะวันตก ทิศใต้ ห้องที่อยากแสงสว่างมากมาย เป็นห้องที่อยากได้กำจัดความชื้น เช่น ห้องน้ำ ครัว ห้องชะล้าง ส่วนห้องที่ต้องการแสงสว่างเพียงพอเหมาะสม ได้แก่ ห้องนอน , ห้องรับแขก , ห้องทำงาน , ห้องดูหนัง ด้วยเหตุว่าแม้แสงสว่างมากเกินความจำเป็นบางทีอาจหมายคือความร้อนที่มากขึ้นเช่นเดียวกันครับ
6. สำหรับแนวทางลม ลมมีสองทิศทางหลัก ทิศเหนือรวมทั้งทิศใต้ขึ้นกับฤดูกาล (ทิศใต้มีลมเข้า 8-9 เดือน ทิศเหนือ 2-3 เดือน) ซึ่งหากอ้างอิงร่วมกับแนวทางแดด แดดทางด้านทิศใต้จะค่อนข้างแรงเกือบตลอดวัน ส่วนทิศเหนือแดดจะร่มแทบทั้งวัน คนไทยจึงนิยมก่อสร้างบ้านให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ แต่ก็มีมากไม่น้อยเลยทีเดียวด้วยเหมือนกันที่เลือกหันหน้าไปด้านทิศใต้ เพื่ออยากได้รับกระแสลมเกือบตลอดทั้งปี ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นข้อกำหนดแต่อย่างใด เนื่องจากการใช้แรงงานของแต่ละบ้านนั้นต่างกัน บางท่านอาจดีไซน์เพื่อย้ำการใช้ข้างบ้าน , ข้างหลังบ้าน ก็ขึ้นกับการใช้แรงงานจริงด้วยนะครับ
7. ลองวาด : เครื่องมือรากฐานที่สุดที่ใช้เพื่อการวาดแบบแปลนหมายถึงดินสอ + กระดาษ A4 หรือนักอ่านถนัดใช้เครื่องมือใดก็สามารถเลือกได้ตามอยากได้ อีกทั้งวาดด้วยมือหรือใช้ซอฟต์แวร์มาช่วยก็สามารถทำเป็นเช่นกันนะครับ แนวทางวาดแบบแปลน วาดเป็นมุมภาพ 2D โดยให้นึกถึงการมองภาพจากบนหลังคาบ้าน ซึ่งบางทีอาจต้องทำความเข้าใจกับสัญลักษณ์เบื้องต้นกันนิดหน่อย ดังเช่นว่า ประตู หน้าต่าง ส่วนห้องอื่นๆสามารถวาดเป็นสี่เหลี่ยมในแบบห้องทั่วไป ดังนี้ถ้าเกิดคนอ่านไม่เข้าใจเครื่องหมาย ก็ไม่คือปัญหาใด แค่เพียงวาดและก็เขียนคำชี้แจงประกอบร่วมด้วย ให้เพียงพอติดต่อได้ตรงกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถนำไปคุยกับช่างรับเหมาได้แล้วนะครับ
 
ข้อควรจะรู้ก่อนการก่อสร้างบ้าน
สถานที่ตั้งบ้าน ความสำคัญของสถานที่ตั้งบ้านนั้นเป็นความสำคัญลำดับแรกที่เราจะต้องคิดก่อนที่จะก่อสร้างบ้าน เหตุเพราะเราจำเป็นที่จะต้องนึกถึงการเดินทางระหว่าง บ้านไปยัง สถานที่ทำงาน,โรงเรียน ,ตลาด,ศุนย์กิจการค้า,สถานีรถไฟฟ้า,ราคาที่ดิน ฯลฯ ในยุคเก่าทำเลที่ดีเป็นทำเลที่จำต้องอยู่กลางเมืองเพราะว่าระบบรถสาธารณะยังไม่ครอบคลุมเสมือนอย่างตอนนี้ ทำให้ผู้คนต่างก็ไปกระจุกกันอยู่ในเมืองเพียงอย่างเดียว ผิดกับตอนนี้ที่ทำเลที่ตั้งที่ดีเป็นทำเลที่ตั้งที่อยู่ไกล้รถไฟฟ้า, ก่อนที่จะพวกเราจะคิดถึงการผลิตบ้านพวกเราจึงควรมองหารอบๆที่เราสามาถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะพวกนี้ได้อย่างสะดวกที่สุด รวมทั้งความปลอดภัยของเขตที่อยู่ที่จะต้องไม่มองเปลี่ยวจนกระทั่งเหลือเกิน ในยามค่ำคืนอีกด้วย ดังเช่นว่าการซื้อบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านบางทีก็อาจจะรู้สึกอุ่นใจกว่าการผลิตบ้านเดียวที่แต่ละข้างหลังตั้งอยู่ห่างกันจำนวนมากฯลฯ รวมทั้งอย่าคาดหมายกับโครงการต่างๆที่ยังไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อใดหรือเกิดจริงๆหรือไม่ก็ไม่รู้ดังเช่นว่า บริเวณนั้นจะมีรถไฟฟ้าสายใหม่ๆผ่าน ทางด่วน หรือ ถนนผ่าน เพราะว่าเราไม่บางทีอาจรับรองได้ว่ามันจะเกิดเมื่อไหร่(นอกจากการซื้อเพื่อเก็งกำไร) ควรจะเลือกจากสภาพปัจจุบันนี้ที่ดีเยี่ยมที่สุด จะดีมากยิ่งกว่าครับ
จะกลบดินสูงขนาดไหนดีนะ อันนี้เป็นปัญหายอดฮิตก่อนจะมีการก่อสร้างบ้านอย่างยิ่งจริงๆ บางบุคคลบอก 50 ซม บ้างก็ว่า 30 ซม ก็พอแล้วบางคนบอก 1 เมตรไปเลย แล้วจริงๆมันควรกลบมากแค่ไหนหละ คำตอบของเรื่องนี้คือ สุดแต่ความชื่นชอบขอรับไม่มีการกำหนดที่แน่ๆเพียงมันต้องสูงขึ้นยิ่งกว่าระดับถนนคอนกรีตหรือถนนลาดยางหน้าบ้านพวกเรา โดยประมาณ 50 ซึม ก็เพียงพอ แต่ถ้าหากถนนหน้าบ้านเป็นถนนดินแดงก็ให้เพิ่มความสูงของระดับดินกลบเป็น 1 มัธยมเพื่อเป็นการรองรับความสูงของถนนที่จะเพิ่มสูงมากขึ้นจากการลาดยางหรือตัดถนนคอนกรีตในอนาคตนั้นเอง อีกต้นสายปลายเหตุนึงคือระดับน้ำท่วมสูงสุดในบริเวณนั้น ถ้าหากสามารถหาข้อมูลได้เราก็ควรกลบที่ดินให้สูงขึ้นยิ่งกว่าระดับดังที่ได้กล่าวมาแล้วราว 50 เซนติเมตรขึ้นไป
การถมดินเพื่อสร้างบ้านเจ้าของบ้านต้องเผื่อการยุบตัวของดินด้วยนะครับ เป็นเพื่มปริมาณดินถมสูงมากขึ้นไปอีก 30 % เพื่อเผื่อให้ดินได้เซ็ตตัวหรือยุบ นั้นเอง อาทิเช่น จะกลบดินสูง 50 ซึม แต่ว่าให้กลบดินไว้ที่ระดับ65 ซมนั้นเอง และก็ควรกลบดินไว้ก่อนการสร้างบ้านอย่างต่ำ 4-6 เดือนยิ่งทิ้งเอาไว้ผ่านหน้าฝนซักครั้งจะยิ่งทำให้ดินแน่นมากยิ่งขึ้นทำให้ลดปัญหาดินทรุดหลังสร้างบ้านได้เป็นอย่างดี
ทิศทางแดดลม กับ การกำหนดตำแหน่งบ้าน คนไม่ใช่น้อยบางทีก็อาจจะมีความรู้สึกว่าไอ้เรื่องเหล่านี้ มันจะสำคัญอะไรล้นหลามนักจะปลูกเรือนตรงไหนมันก็มีลมทั้งหมดล่ะ และก็ที่สำคัญพวกเราก็เปิดแอร์ทั้งวันอยู่แล้วไม่เห็นมีอะไรน่าวิตกกังวล ผู้ใดกันกำลังจะมีความนึกคิดอย่างงี้มั้งนะครับ ถ้ามีแนะนำว่าให้อ่านเรื่องนี้ก่อนและก็หลังจากนั้นจึงค่อยมาคิดอีกครั้งนะครับ
เพราะอะไรต้องมองแนวทางแดด-ลม ก่อนที่จะมีการวางตำแหน่งบ้าน เพราะพวกเราคงจะไม่อยากนอนในห้องนอนที่แสนจะร้อนในตอนกลางคืนหรือจำต้องอุดอู้อึดอัดอยู่ในบ้านที่ไม่มีลมระบายเลย เรื่องเหล่านี้ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน มีข้อสังเกตุหลายชนิดสำหรับการวางตำแหน่งบ้านเพื่อบ้านทั้งยังหลังเป็นบ้านที่อยู่อย่างสบาย สุขสบาย แล้วก็ลดการใช้พลังงาน
ปกติแสงแดดของบ้านพวกเราจะวิ่งเป็นแถวตะวันออกแล้วอ้อมโค้งไปด้านใต้ก่อนที่จะตกในทิศตะวันตก จะก่อให้ทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตกได้รับแสงสว่างมากที่สุดของวันคือตั้งแต่หลังเที่ยงตรงไปจนกระทั่งห้าโมงเย็น ด้านนี้จึงควรเป็นส่วนหลังบ้านแล้วก็ส่วนชะล้างหรือกิจกรรมอื่นที่อยากได้แสงสว่างเยอะมากๆๆส่วนทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงอ่อนๆในรุ่งเช้าและก็แสงสว่างจะแรงมากมายเพียงแต่ตอน 10 นาฬิกาตอนเช้าจนถึงเที่ยงซึ่งก็เพียงแต่ 3 ดู ยิ่งทิศเหนือแล้วยิ่งได้รับแดดต่ำที่สุด 2 ด้านนี้จึงเหมาจะวางตำแหน่งของห้องพักผ่อนที่ต้องการแสงสว่างก่อกวนน้อย ได้แก่ ห้องนอนรวมทั้งห้องนั่งเล่น
เรานิยมวางแนวด้านแคบของตัวบ้านหันไปทางแนวทางรับแดด เพื่อผนังที่รับแดดมีน้อยที่สุด ทำให้ฝาผนังสามาถดูดกลืนความร้อนในปริมาณน้อยและก็ทำให้ด้านในภายไม่ร้อนกระทั่งเกินไปในช่วงเวลาค่ำคืน เพราะเหตุว่าธรรมชาติของผนังปูนนั้นจะดูดความร้อนเมื่อแดดส่องรวมทั้งจะถ่ายเทความร้อนออกมาในเวลากลางคืน ดังนั้นถ้าหากผนังบ้านถูกแดดตะวันตกน้อยก็จะมีผลให้ความร้อนที่จะถ่ายออกมาตอนกลางคืนมีน้อยเช่นเดียวกัน
ส่วนลมนั้นลมประจำฤดูของบ้านเราจะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งจะพัดพาอากาศหนาวจากจีนมาในตอนหน้าหนาว รวมทั้ง จากทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่จะพัดพาความชื้นจากทะเลมาในฤดูร้อนแล้วก็หน้าฝน บ้านที่ดีด้านยาวของบ้านจึงควรหันเข้าหาแนวทางลมเพื่อให้ลมธรรมชาติพัดเข้าตัวบ้านเพื่อระบายความร้อนออกไปให้ได้มากที่สุดรวมทั้งนำมาซึ่งการทำให้อดออมค่าไฟฟ้าสำหรับเครื่องปรับอากาศภายในบ้านฯลฯ
 
 
ออกแบบ เพื่อนำเสนอห้าง
โครงการ : ร้านอาหาร / เครื่องดื่ม
style : cottage style

พื้นที่ใช้สอย : 40 ตร.ม.
ค่าออกแบบ : 220 บ./ตร.ม.


รับทำออกแบบ Design & RE-NOVATE BUILD มีจำลอง3D ติดต่อ
สาขากทม. 098 292 4496 หัวหิน 094 982 2636

เครดิต : http://www.alldecorate.com/

Tags : ตกแต่งร้านกาแฟ,รับออกแบบร้านอาหาร,รับออกแบบบ้าน