ตุลาคม 16, 2018, 02:05:55 AM

ผู้เขียน หัวข้อ: ประวัติภูมิหลังของน้ำหอม (Perfume) ที่ประธาน  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

สิงหาคม 11, 2018, 03:06:36 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 6565
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

ความเป็นมาความเป็นมาข้าวของเครื่องใช้น้ำหอม (Perfume) ที่สำคัญ
      รู้มั้ยนินทา น้ำหอมที่ผมชำระคืนกันอยู่ขณะนี้ มีความเป็นมานานถึง 4,000 ปี พลัดพรากใบแสดงหลักฐานแนวตำนานณทั้งเป็นภาพจิตกรรมฝาผนังที่วิหารข้าวของเครื่องใช้พระราชินี Hatshepsut เวียง Thebes บ้านเมือง Egypt ซึ่งในภาพจะแสดงความสามารถให้เห็นว่าสาวชาวอียิปกำลังชโลมน้ำหอมลงบนกระหม่อมของตนเอง นั่นก็บอกให้เห็นว่า ได้มีการเริ่มใช้น้ำหอมในยุคนั้น และเราจะเริ่มทำแถลงปูรกรณ์ข้าวของน้ำหอมกันตั้งแต่แห่งสมัยแต่ต้นกันเลยนะขา

น้ำหอมในช่วงเวลาแต่เดิม (เวลาเมโสโปเตเมีย)
     น้ำหอมผู้หญิงในที่กาลสมัยเดิมเริ่มจากข้างในคราวเมโสโปเตเมีย  ซึ่งภายในระยะเวลาแต่ต้นนั้นคนเขตจักใช้คืนน้ำหอมได้คือฟาร์โร พร้อมด้วยเหล่าบาทหลวงที่จะนำน้ำหอมไปใช้ในการทำพิธีกรรมเพียงนั้น ซึ่งจะชำระคืนการเผาให้เกิดกลิ่นอาย พ่าง การเผายางไม้ สีผึ้ง หรือเปลือกต่าง ๆ และคำว่า "Perfume" คำนี้ก็มีรากศัพท์มาจากภาษามนุษย์ละติน ที่แปลว่า "ควัน" จึงเป็นหัวนอนปลายตีนของน้ำหอม นักบวชจะนำไปใช้ในวัฒนธรรมการยกย่องต่าง ๆ ที่เป็นเยี่ยงอย่างของของแผ่นดิน และนอกเหนือจากการใช้ในธรรมเนียม ก็ยังมีการใช้พรหมทาที่สรีระ ที่อยู่ ตูก หรือไม่แม้แต่สัตว์เลี้ยง กับราชินีแห่งอิยิปต์ที่มีพระนามว่า Hatshepsut   ทรงมีความชื่นชอบน้ำหอมมาก จึงค้ำให้มีการคัดสรรต้นไม้ บุษบาที่มีกลิ่นหอม เพื่อนำมาทำเป็นน้ำหอมกลิ่นไอต่าง ๆ ต่อมาเมื่อพระนาง Hatshepsut สิ้นพระชนม์ ชาวอียิปต์ก็ได้สร้างสรรค์สวนดอกไม้และสร้างแผ่นหินจารึกข้อความต่างๆ ไว้สำหรับเป็นการสดุดีอีกด้วย พร้อมกับพระนางคลีโอพัตราก็ยังอุปถัมภ์ทาน้ำหอมที่ใบเรือด้วยกันตัวเรือทั้งสิ้นก่อนที่จะดั้นด้นไปรับนักการเมืองชาวโรมัน ทำให้เหล่าชาวโรมันที่รอการมาของพระนาง ทำได้ได้กลิ่นน้ำหอมดำเนินเรือที่ทรงนั่งมาแต่ก่อนที่จะเห็นตัวเรือของพระนางด้วย   
น้ำหอมผู้หญิงกาลเวลากลาง   

ในยุคนี้กรรมวิธีในการหยุดยั้งจะคลาดเคลื่อนจากเวลาแต่ก่อน เนื่องจากชาวอาหรับได้รับทำการคิดค้นเทคนิคการกลั่นนํ้าหอมได้สิ้นสุด ด้วยกันมีการกินแอลกอฮอร์มาเป็นตัวทำละลาย พร้อมทั้งน้ำหอมกลิ่นฐานที่ได้กระทำแยกคือกลิ่นอายกุหลาบ และหลังจากนั้น นำ้หอมก็ได้ท่องเที่ยวเข้าสู่ศตพรรษที่ 14 โดยการเข้าสู่ทวีปยุโรธ กับคนชาติแรกณได้นำน้ำหอมเข้ามายุโรปหมายถึงชาวฮังกาเรี่ยน ไล่ตามคำสั่งของพระราชินี Elizabeth แห่งฮังการี่ จึงเรียกน้ำหอมกลิ่นนี้ว่า น้ำฮังการรี่ ซึ่งเป็นต้นฉบับสิ่งของน้ำหอมในเวลาต่อ ๆ มา


          น้ำหอมระยะเวลาเรี่ยม (ปัจจุบัน)   
 น้ำหอมได้ไปสู่กระบวนการผลิตแบบอุตสาหกรรมแบบเป็นล่ำเป็นสันเมื่อศตวรรษที่ 19 และได้นำไปสู่วงการแฟชันอย่างสุดกำลัง เมื่อปี คศ. 1920  เพราะว่ามีชาวรัสเซียที่ชื่อเล่นว่า Ernest Beaux ซึ่งยังไม่ตายนักทำน้ำหอมเที่ยวไปมาที่ปารีส ด้วยกันได้ชี้แจงน้ำหอมที่ตนเองทำให้กับ Gabrielle Bonheur Chanel ซึ่งก็เปลี่ยนแปลงมาเป็นแบรนด์ Chanel  ในยุคปัจจุบัน พร้อมด้วยได้รับการเห็นด้วยเป็นเป็นอันดี ด้วยกันกลิ่นที่ขายดิบขายดีพร้อมกับลือชามุทธา ตกว่า Chanel NO.5 และตั้งแต่นั้นมา อุตสาหกรรมด้านน้ำหอมก็ได้พัฒนาขึ้นอย่างกะทันหัน และมีใช้แพร่หลาย ในคนทุกอันดับ ชั้นจนมาถึงยุคปัจจุบัน

เครดิต : http://www.ubongarden.com/shop/index.php?topic=398712.new#new

Tags : นำ้หอม,นำ้หอมผู้หญิง