มีนาคม 26, 2019, 05:54:03 PM

ผู้เขียน หัวข้อ: คณาเภสัช เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณเเละโยชน์อย่างน่าทึ่ง  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 14, 2019, 06:07:27 PM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 140
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


คณาเภสัช
สำหรับเพื่อการประกอบยาหรือปรุงยานั้น แพทย์ผู้ปรุงยาจะต้องรู้จักวัตถุต่างๆที่จะนำมาปรุงเป็นยา ในด้านมุมต่างๆและกรรมวิธีปรุงยา (เภสัชกรรม) เป็นปฐม โดยธรรมดาหมอปรุงยาจะต้องรู้จักหลักใหญ่ๆ๔ ประการ เช่น เภสัชวัตถุ รู้จักตัวยา คือวัตถุธาตุนานาประเภทที่จะประยุกต์ใช้ประกอบเป็นยาสำหรับแก้โรค ทั้งยังพฤกษวัตถุ สัตววัตถุ รวมทั้งธาตุวัตถุคุณประโยชน์เภสัช รู้จักสรรพคุณรวมทั้งโทษของวัตถุธาตุที่จะประยุกต์ใช้ปรุงเป็นยาตลอดจนเครื่องยาต่างๆที่ใช้บ่อยครั้งในยาไทย แยกประเภทตามรส คณาเภสัช รู้จักพิกัดยา เป็น ยาหลายชนิดที่มีชื่อต่างกัน รวมเรียกเป็นชื่อเดียวกัน การปรุงยา รู้จักกระบวนการปรุงยาหรือการประกอบยาตามแบบตำราโบราณ เภสัชวัตถุ เภสัชวัตถุอันคือวัตถุธาตุนานาประเภทที่จะประยุกต์ใช้เป็นยาบำบัดโรคนั้น โบราณแยกประเภทตามมูลเหตุของวัตถุที่นำมาใช้เป็นยาได้ ๓ จำพวกใหญ่ๆคือ
๑.พฤกษาวัตถุ ได้แก่ประเภทพฤกษชาตินานาประเภท ทั้งประเภทต้น จำพวกเถาหรือเครือคณาเภสัช ประเภทหัว จำพวกผัก ชนิดหญ้า ประเภทพืชพิเศษ (เห็ดรวมทั้งพืชชั้นต่ำอื่นๆ)
๒.สัตววัตถุ ได้แก่สัตว์นานาจำพวก ทั้งๆที่ตลอดตัวหรือเพียงแต่ลางส่วน ประยุกต์ใช้เป็นเครื่องยา ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ สัตว์บก หรือสัตว์อากาศ
๓.ธาตุวัตถุ ดังเช่นธาตุต่างๆที่นำมาใช้เป็นเครื่องยา ทั้งๆที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือประสมขึ้น โบราณว่าสรรพวัตถุอันมีอยู่ในโลกนี้ล้วนมีเหตุที่เกิดจากธาตุอีกทั้ง ๔ ย่อมใช้เป็นยาบำบัดโรคได้ทั้งหมด แต่จะมีสรรพคุณมากน้อยกว่ากันยังไง ขึ้นกับชนิดของวัตถุนั้นๆหมอผู้ปรุงยาจะต้องรู้จักเภสัชวัตถุในเนื้อหา ๕ ประการ เป็นรู้จักรูปยา รู้จักสียา รู้จักกลิ่นยา รู้จักรสยา แล้วก็รู้จักชื่อยานี้ ก็เลยจะสามารถนำเอาเครื่องยาที่ถูกต้องจากที่เจาะจงเอาไว้ในตำรับยา มาปรุงเป็นยาที่สามารถแก้โรคนั้นนั้นๆได้

สรรพคุณเภสัช
คุณประโยชน์คณาเภสัช[/url]คือคุณประโยชน์ทางยา ของเภสัชวัตถุดังกล่าวข้างต้น แต่จำต้องรับรสอย่างก่อนที่จะทราบคุณประโยชน์ยา เนื่องจากรสยาจะแสดงคุณประโยชน์ยา เมื่อรู้จักยาแล้ว ก็เลยจะรู้จักสรรพคุณยานั้นอย่างกว้างๆได้ ในเรื่องรสยานี้โบราณแบ่งรสยาวออกเป็น ๓ รส ตั้งเป็นประธานก่อนเป็น
๑.รสเย็น ประจำฤดูร้อน (คิมหันตฤดู) แก้ในกองเตโช สมุฏฐาน ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ต่างๆเนื่องจากว่าไข้ตัวร้อนจัดกำเนิดในฤดูร้อน ดังเช่น อย่าที่ปรุงด้วยเกสรดอกไม้ (ที่ไม่ร้อน) รากไม้ต่างๆ(ที่ไม่ร้อน) เขาสัตว์ต่างๆเขี้ยวสัตว์ต่างๆรวมถึงของที่เผาหรือสุ่มให้เป็นถ่าน ฯลฯ
๒.รสร้อน ประจำหน้าฝน (วสันตฤดู) เบื่อแก้ในกองวาโยสมุฏฐาน แก้ลมต่างๆเป็นส่วนมาก ทำให้แน่นท้อง จุกเสียด รวมทั้งแก้ลมในกองธาตุพิการ เพราะเหตุว่าโรคลม โดยส่วนมาก เกิดในฤดูฝน อย่างเช่น ยาที่ปรุงผสมด้วยเบญจกุล ตรีกฏุก ฝึกหัดคุณ ขิง ข่า หัสคุณทั้งคู่ ดองดึง ใบกระเพรา เป็นต้น
๓.รสสุขุม ประจำฤดูหนาว (เหมันตฤดู) แก้ในกองอาโป สมุฏฐาน หยุดเสมหะ แก้โลหิตพิการ ดังเช่น ยาที่ปรุงต้องการด้วยโกษฐ์ทั้งยัง ๕ เทียนทั้งยัง ๕ กฤษณา กระลำพัก ชลูด อบเชย ขอนดอก เป็นต้น เมื่อปรุงเป็นยาแล้วจะได้ยารสสุขุม ยกตัวอย่างเช่น ยาหอม