มีนาคม 22, 2019, 07:24:56 PM

ผู้เขียน หัวข้อ: กว่าจะเป็นกาแฟสด จากไร่จนถึงเมล็ดกาแฟสำหรับผู้ที่เป็นมือใหม่ในเรื่องกาแฟ อาจสงสั  (อ่าน 2 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 15, 2019, 11:50:19 PM
  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 155
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

กว่าจะเป็นกาแฟสด จากไร่จนถึงเม็ดกาแฟสำหรับคนที่เป็นมือใหม่ในเรื่องกาแฟ อาจสงสัยกันว่า เมล็ดกาแฟคั่ว
 
กาแฟที่ดีมีอะไรบ้าง แล้วมันมาจากไหน
วันนี้จะมาให้เกร็ดความรู้บางส่วนสำหรับ สิ่งที่ทำให้เกิดกาแฟในแต่ละแก้วกันสายพันธุ์
 
สายพันธุ์กาแฟที่ปลูกกันทั่วทั้งโลกมีอยู่หลากสายพันธุ์ แม้กระนั้นสายพันธุ์หลักที่นิยมปลูกกัน มี3สายพันธุ์ด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น
 
1) สายพันธุ์ ติดอยู่เนโฟร่า (Canephora) หรือที่เรียกกันว่าโรบัสต้า (Robusta) เป็นสายพันธุ์ที่ปลูกง่าย ไม่อยากที่สูงมาก และก็ทนต่อโรคพืชและก็แมลง
 
2) สายพันธุ์อาราบิก้า (Arabica) ที่เป็นที่ชื่นชอบของคอกาแฟต่างๆสายพันธุ์ Arabica มีแตกย่อยออกไปเป็นสายจำพวกย่อยๆอีกเพียบเลย
 
3) สายพันธุ์ ลิเบอริก้า (Liberica) เพราะเหตุว่ารสกาแฟที่ออกมายังไม่เป็นที่ชื่นชอบเท่า Robusta และArabica จึงไม่นิยมนำมาปลูกกันเท่าไร
 
ไร่กาแฟแต่ละท้องที่ก็จะปลูกกาแฟ ตามสภาพแวดล้อมที่สมควรในแต่ละสายพันธุ์ แล้วก็ตามความจำเป็นของตลาด แหล่งปลูกที่เหมาะสมสำหรับกาแฟอาราบิก้าเป็น พื้นที่ปลูกตั้งแต่ว่าเส้นละติจูด 17 องศาเหนือขึ้นไป มีความสูงจากระดับน้ำสมุทรตั้งแต่ 700 เมตรขึ้นไป มีความลาดเอียงไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์โดยปกติจำนวนที่สมควรของต้นกาแฟที่จะได้ผลผลิตที่ดีจะอยู่ราวๆ150 ถึง 200 ต้นต่อไร่
 

 
การเก็บเกี่ยว เมล็ดกาแฟคั่ว
กาแฟจะเริ่มติดดอกผลิดอกออกผลหลังจากปลูกไปแล้วราวปีที่3โดยกาแฟจะเริ่มสุกพร้อมที่จะเก็บเกี่ยวในช่วงสี่ถึงหกเดือน
สุดแท้แต่สภาพแวดล้อมในการปลูกของแต่แคว้น ในประเทศไทยโดยปกติฤดูเก็บเกี่ยวจะอยู่ที่พฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน จุดสำคัญเป็นการเก็บเกี่ยวที่ดีจำต้องสังเกตผลที่สุกแดงกำลังดี ไม่มีส่วนที่เขียวและไม่สุกจนเหลือเกิน และจะเด็ดทีละเม็ดไม่ได้ผลแตกเพื่อเก็บรสรวมทั้งกลิ่นเอาไว้โดยที่จะไม่รูดกิ่งเพื่อไม่ให้ผลกาแฟแตก
 

 
การแปรรูปผลกาแฟและคัดเกรด
ผลกาแฟที่เก็บแล้วจะถูกนำมาแปรรูป วันต่อวันเพื่อไม่ให้กาแฟเน่า โดยการแปรเปลี่ยนรูปมี3วิธี ดังนี้คือ
 
1) วิธีแบบแห้ง (Dry Process / Natural Process)
หลักจากเก็บเกี่ยวจะแช่เอาสิ่งเจือปนออกแล้วตากแห้ง หรือตากแห้งเลยหลังเก็บเกี่ยว ใช้เวลาตากราว 15วันขึ้นไป เมื่อแห้งได้ที่จึงนำไปเข้าเครื่องสีเอาผลกาแฟออกให้เหลือแต่เม็ด เป็นวิธีที่นิยมใช้แปรรูป
กาแฟโรบัสต้าเพราะเป็นแนวทางที่เงินลงทุนต่ำ และได้ปรับปรุงต่อยอดสำหรับในการดัดแปลงกาแฟอาราบิก้าประสิทธิภาพสูงในเวลา
ถัดมา
 
2) แนวทางแบบเปียก (Wet Process)
เริ่มจากเอาผลกาแฟที่เก็บเกี่ยวมาแยกเม็ดกาแฟออกจากผล และก็แช่ลงไปในน้ำเพื่อหมักกาแฟไว้ให้มูกที่เกาะอยู่ลดน้อยลงแล้วก็ล้างมูกที่เหลือเสร็จแล้วเอาไปผึ่งแดดอีก 7-10วัน วิธีแบบนี้เป็นที่นิยม เพราะว่าจะก่อให้กาแฟมีประสิทธิภาพที่ดี และให้รสชาติที่ชัดเจน แต่แรกเริ่มทุนก็จะแพงขึ ้นตาม
 
3) วิธีแบบครึ่งแฉะ (Pulp Natural/Semi-Dry/Honey Process)
หลังจากที่เก็บเกี่ยวรวมทั้งแยกเม็ดกะลากาแฟ จะนำกะลากาแฟทั้งๆที่มีมูกเกาะมาตาแห้งจนถึงแห้งคาเม็ดกะลา
กาแฟ วิธีนี้จะให้รสกาแฟที่มีความหวานจากมูกกาแฟ ได้รับความนิยมสำหรับในการดัดแปลงกาแฟในทวีปแอฟริกากึ่งกลางเมื่อแปรรูปแล้วจะได้เม็ดกะลาซึ่งจำต้องนำไปบ่มในกระสอบช่วงเวลาปราณ 7 เดือน จากนั้นก็เลยนำไปสีเอากะลากาแฟออกให้เหลือเม็ดกาแฟเขียวหรือที่เรียกว่ากาแฟสาร สหายนำไปคัดเกรดและนำไปจำหน่ายแล้วก็เข้าโรงคั่วในขั้นตอนต่อไปรูปกรรมวิธีการแยกผลรวมทั้งกะลากาแฟการคั่วกาแฟเมื่อได้เม็ดสารที่คัดเกรดมาแล้วขั้นตอนต่อไปเป็นการคั่ว โดยแหล่งปลูกใหญ่ๆก็จะมีโรงคั่วกาแฟเป็นของตนเอง
 

 
การคั่วจะมีระดับการคั่วโดยประมาณดังต่อไปนี้
1) คั่วระดับอ่อน
การคั่วระดับนี้จะให้รสชาติดั้งเดิมของกาแฟที่ชัด แม้กระนั้นความเปรี้ยวรวมทั้งคาเฟอีนจะมีอยู่มาก
 
2) คั่วระดับกึ่งกลาง
การคั่วระดับนี้จะให้ความสมดุลระหว่างความเปรี้ยวและก็รสเข้มของกาแฟ
 
3) คั่วระดับเข้ม
การคั่วระดับนี้จะให้รสชาติที่เข้มข้น และนิยมนำมาใช้กับเครื่องเอสเพรซโซ่
เมื่อคั่วเสร็จและจะนำไปใส่บรรจุภัณฑ์เพื่อเก็บได้นานขึ้น โดยมากจะใส่ลงไปในถุงที่มีวาล์วที่เห็นได้ตามร้านขายเมล็ดกาแฟรวมทั้งสร้างสรรพสินค้า
 

 
บทความออกจะยาวพอควร จะขอเล่าที่เหลือต่อในบทความต่อไป เมล็ดกาแฟสาร
 
สำหรับผู้ที่พอใจสามารถติดตามกันต่อได้นะนะครับ
ที่เว็บไซต์ www.mokamokacoffee.com หรือที่เพจเฟซบุ๊ค www.facebook.com/mokamokabean

Tags : เมล็ดกาแฟคั่ว,กาแฟดริปซอง,เมล็ดกาแฟสาร