กรกฎาคม 16, 2019, 07:36:30 AM

ผู้เขียน หัวข้อ: ‘กัวเตมาลา’ เมืองดิบๆรวยเสน่ห์ที่เกือบจะไม่ได้ไป  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 12, 2019, 02:50:40 AM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 620
    • ดูรายละเอียด

เมืองเก่าของกัวเตมาลาสิตี้ บางมุมบางทีก็อาจจะน่าสะพรึงกลัวไปบ้าง แต่ไม่มีการรองพื้น ประดิดประดอยติดขนตาเลียนแบบเมืองแบบนี้มีเสน่ห์ดิบๆที่น่าคลั่งไคล้
ถ้าคุณคือผู้เดินทางที่ตามล่าเมืองน่าเที่ยวระดับเอลิสต์ของโลก ปักหมุดเมืองแอนติกาไว้บนแผนที่โลก เนื่องจากนี่คือเมืองที่ผู้รักการเดินทางทุกคนควรจะพาสองเท้าไปเดินย่ำบนถนนหนทางปูด้วยหินแสนคลาสสิก


“โน” หลังจากเดดแอร์อยู่นาน ข้าราชการตรวจคนเข้าเมืองตกลงใจส่ายหน้ารวมทั้งยื่นพาสปอร์ตสีเลือดหมูคืนให้ผู้ครอบครอง แล้วเอ่ยคำนี้ออกมา นี่เป็นปัญหาที่ไม่เคยพบเลยตลอดชาติการเดินทาง รวมทั้งกำลังเกิดอยู่ในขณะนี้เป็น ‘เข้าประเทศจุดหมายปลายทางไม่ได้’ คนไหนจะมีความรู้สึกว่าเที่ยวนี้ฉันจะวิ่งชนปัญหานี้เข้าอย่างจัง

สิ้นคำคุณเจ้าหน้าที่ รถ Tica Bus ที่วิ่งข้ามประเทศจากเอล ซัลวาดอร์ (El Salvador) มุ่งหน้าไปพบกัวเตมาลา (Guatemela) ตกลงใจทิ้งผู้โดยสารคนไทยลงตรงชายแดน เด็กรถยนต์หอบกระเป๋าลงมากองด้วยความหวังดี

หมดกัน ทุกสิ่งดูมืดมน สายตาละห้อยของฉันดูป้าย Tica Bus อย่างห่วงใย และมันค่อยๆกลืนหายไปกับฝุ่นละอองแล้วก็จมไปบนถนนสายนั้น

“เดี๋ยวพวกเราจะส่งคุณกลับเอล ซัลวาดอร์นะ คุณไปทำวีซ่าที่สถานทูตกัวเตมาลาในกรุงซาน ซัลวาดอร์ให้เป็นระเบียบก่อนและหลังจากนั้นก็ค่อยมาใหม่…” ล่ามเฉพาะกิจสปีกอิงลิชกระท่อนกระแท่นบอกคนหมดหวัง

นาทีนั้นต้องการกล่าวภาษาสเปนแบบชำนาญจี๋ได้ จะได้อธิบายให้คุณข้าราชการรู้เรื่องอย่างแจ่มแจ้ง ว่าวีซ่าอเมริกาที่ยังไม่หมดอายุ สามารถใช้เดินทางเข้าประเทศในแถบอเมริกากึ่งกลางได้และก็กัวเตมาลาด้วย แกอาจมัวแต่ขลุกอยู่ตรงชายแดน เลยไม่เคยทราบกฎข้อนี้ ข้าราชการจัดการส่งขึ้นรถบัสกลับกรุงซาน ซัลวาดอร์ เมืองหลวงของประเทศเอล ซัลวาดอร์ที่ฉันพึ่งจะจากมาอยู่หลัดๆ

ในโพล้เพล้ที่บัสควบไปข้างหน้า ไม่มีอะไรดีไปกว่างัดหาเรื่องดีๆขึ้นมาปลอบใจตัวเอง เอาเถอะ ยังดีมากยิ่งกว่าพาสปอร์ตหาย แถมโชคดีที่ระยะทางจากชายแดนไปกรุงซาน ซัลวาดอร์แค่ 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ถ้าหากยาวนานกว่านี้ เห็นทีคงจะยอมแพ้ แถมโชคดีมากกว่าที่วันพรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ที่สถานทูตเปิดกระทำการพอดิบพอดี นี่ถ้าเกิดพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ นั่นหมายถึงว่าฉันจำเป็นต้องห้อยตัวเองอยู่ในซาน ซัลวาดอร์อีก 2 วัน ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นเห็นทีอาจจำเป็นต้องรื้อปรับขยับแผนกันชุดใหญ่

แต่ก็น่าประหลาด เป็นค่ำคืนที่กำจัดทุกข์และก็ความไม่ค่อยสบายใจออกไปอย่างไวน่าใจหาย อาจเป็นเนื่องจากว่าจำนวนอายุทำให้มนุษย์เราเข้าใจโลกได้ง่ายมากขึ้น แผน 2 แผน 3 ถูกร่างขึ้นลางๆก่อนทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจะเบาๆจมดิ่งไปในความมืดมน

เมืองเก่าของกัวเตมาลาสิตี้ บางมุมบางทีก็อาจจะน่าสะพรึงกลัวไปบ้าง แต่ไม่มีการรองพื้น ประดิดประดอยติดขนตาเลียนแบบเมืองแบบงี้สินะ เสน่ห์ดิบๆที่ฉันหลงใหล

หลังจากสำเร็จภารกิจขอวีซ่ากัวเตมาลาฉันก็นั่ง Tica Bus ข้ามประเทศจากเอล ซัลวาดอร์ไปหากัวเตมาลาอีกครั้ง

จัตุรัสประจำเมืองกัวเตมาลาสิตี้ (Guatemala City) อ้าแขนปลอบขวัญคนบ้านไกล แถวนี้เป็นย่านเมืองเก่า รอบด้านก็เลยเป็นตึกดั้งเดิมแก่กันทั้งหมด แม้กระทั้งเรือนพักที่ฉันเอนกาย ก็เก่าขนาดเดินบนห้องแล้วดังเอี๊ยดอ๊าดตลอดระยะเวลา

หน้าที่ของจัตุรัสนั้นจำนวนมากอย่างยิ่ง ด้านหนึ่งคือพยานที่แสนโอ่อ่าอย่างพระราชสำนักแห่งชาติ (National Palace) ส่วนอีกด้านคือมหาวิหารที่กัวเตมาลา (Metropolitan Cathedral) อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมือง เดินอ้อมไปข้างหลังมหาวิหาร เป็นตลาดใหญ่ประจำเมือง เมืองเก่าของกัวเตมาลาสิตี้ บางมุมบางครั้งก็อาจจะน่าสยดสยองไปบ้าง แต่ไม่มีการรองพื้น ประดิดประดอยติดขนตาปลอม เมืองอย่างงี้สินะ เสน่ห์ดิบๆที่ฉันหลงใหลเสมอ

เว้นแต่กัวเตมาลาสิตี้แล้ว ยังมีแอนติกา(Antigua) อีกเมืองหนึ่งที่ใครๆก็เพ้อกันว่าเมืองนี้แหละที่ทำให้หัวใจของผู้เดินทางสั่นไหวมานับไม่ถ้วน

แอนติกาเป็นดินแดนที่ไม่ได้ถูกประดับไว้ด้วยแบรนด์เนม แต่ถูกคลุมไว้ด้วยบรรยากาศแบบดิบๆเดิมๆไม่ว่าจะซอกแซกไปมุมไหน ก็พบว่าแอนติกาเป็นเมืองที่โรยไว้ด้วยสีสัน

เพราะเป็นเมืองอาณานิคมของประเทศสเปนมาก่อน แอนติกาเลยมีมรดกตกทอดเป็นที่อยู่อาศัยสไตล์โคโลเนียลกระจัดกระจายไปทั่วทั้งเมือง แอนติกาเลอค่าน่าขลุกอยู่ด้วย ไม่ว่าถนนหนทางสายไหนก็เลยไม่เคยฝืดเคืองนักท่องโลก ถนนปูด้วยหินเป็นร่องเป็นหลุมคือตัวตนของแอนติกา บางคนกล่าวว่าแค่พาสองเท้าเดินย่ำไปบนถนนหนทางปูด้วยหินก้อนใหญ่ๆในแอนติกาก็สัมผัสได้ถึงความคลาสสิกของเมืองนี้แล้ว

ฉันพาตนเองไปป้วนเปี้ยนแถวพลาซา มายอร์ (Plaza Mayor) นี่คือจัตุรัสกลางเมืองที่เป็นทุกๆสิ่งทุกๆอย่างของเมือง สำหรับผู้ที่มองหาศูนย์รวมจิตใจของเมือง มุมหนึ่งของสี่เหลี่ยมจัตุรัสเป็นมหาวิหารประจำเมือง (Antigua Cathedral) ที่มีมุมสงบเอาไว้ให้ชาวคริสต์ทุกคนได้เข้ามาพึ่งพิงในสถานที่ที่อวลไว้ด้วยเลื่อมใส

วิหารสีขาวที่นี้สร้างตั้งแต่กึ่งกลางศตวรรษที่ 16 เหตุที่มองใหม่แบบนี้ ด้วยเหตุว่าผลพวงจากแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นหลายครั้ง รุนแรงที่สุดก็เป็นตอนปี 1773 ซึ่งปีนั้นแอนติกาทั่วเมืองเสียหายไม่มีชิ้นดีโบสถ์แห่งนี้ก็ต้องซ่อมกันใหม่อีกรอบ

กึ่งกลางสี่เหลี่ยมด้านเท่าเป็นสวนและก็น้ำพุที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 คนไหนกันแน่ช้าๆไปไหนลองมองหาเก้าอี้ริมทางแล้วนั่งเพลิดเพลินไปกับทิวไม้แล้วก็ผู้คนที่เคลื่อนผ่านไปมา จะได้รู้ว่าชาวแอนติกาในศตวรรษที่21 นั้นยังคงใช้ชีวิตแบบเดิมๆ

หญิงชาวแอนติกามักมานั่งรวมกลุ่มกัน ในมือพวกหล่อนมีเก้าอี้พลาสติกคีบไปด้วยเสมอ สะดวกนั่งตรงไหนก็วางลงแล้วนั่งล้อมวงคุยหรือนั่งขายสินค้ากันนั่นเลย บางวงไม่มีเก้าอี้ก็หย่อนตัวนั่งลงเจรจากันริมถนนเลย แม้กระนั้นหากเจอนักท่องเที่ยวปุ๊บ พวกเธอพร้อมจะทิ้งวงพูดคุยแล้วพุ่งมาหากลุ่มเป้าหมายโดยทันที

แอนติกาเป็นดินแดนที่มิได้ถูกประดับประดาไว้ด้วยแบรนด์เนม แต่ถูกคลุมไว้ด้วยบรรยากาศแบบดิบๆเดิมๆไม่ว่าจะซอกแซกไปมุมไหน ก็พบว่าแอนติกาคือเมืองที่โรยไว้ด้วยสีสัน

นักช้อปท่านไหนที่ต้องการสำรวจตลาดของแอนติกา รอบๆสี่เหลี่ยมจัตุรัสเป็นแหล่งช้อปเกรดเอที่มีไว้ให้ท่านได้เดินสอดส่องรวมทั้งซื้อกัน หรือผู้ใดกันต้องการจะหารถม้าแล้วให้พาเที่ยวไปให้ทั่วแอนติกา มุมนี้ก็มีรถม้าจอดรออยู่ เรื่องจริงชาวเมืองเองก็ยังคงใช้รถม้าอยู่ด้วยเหมือนกัน เดินไปมุมไหนเลยมีเสียงก่อกแก่กอยู่ทุกหนทุกแห่ง

ประตูโค้งซันตา คาตาลีท้องนา (Santa Catalina Arch) ที่เป็นราวกับโลโก้ของแอนติกา คือมุมที่นักเดินทางทุกคนพากันเดินหา แต่ก่อนประตูนี้เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของวิหารซันตา คาตาลีทุ่งนาแต่ที่เหลือแค่ซุ้มประตูเนื่องจากว่าถูกแผ่นดินไหวเขย่าเมืองวินาศจนเหลือซุ้มประตูเท่าที่เห็น

เดินไปสุดถนนสายนี้ ก็จะพบโบสถ์สวยอีกแห่งหนึ่งของแอนติกาอย่าง ลาเมอร์เซด (La Merced) สีเหลืองอร่ามของโบสถ์แห่งนี้สะกดทุกคนให้ยืนนิ่ง บางบุคคลบางครั้งอาจจะสนุกสนานกับการเดินสายท่องเที่ยวโบสถ์ที่กระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง แม้กระนั้นฉันเดินถามเจ้าถิ่นเพื่อหาพิกัดที่จะพาไปเมอร์ติดอยู่โด (Mercado) ตลาดนัดประจำเมืองที่ใหญ่ขนาดมีทั้งยังโซนขายข้าวของเครื่องใช้รวมทั้งโซนของฝาก ยืนยันว่ามาถึงตรงนี้ได้หิ้วอะไรติดไม้ติดมือกลับไปอยู่ที่บ้านแน่นอน นี่ไม่ใช่ตลาดที่มีไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาจับจ่ายแค่นั้น แต่ว่ายังเป็นมุมที่คนกรุงหอบลูกลากหลานมาซื้อสิ่งของทั้งหมดทุกอย่างข้างในบ้านด้วยเหมือนกัน

เดินเอ้อระเหยไปให้ทั่วแอนติกา แล้วฉันก็เลยพบว่านี่คือเมืองหลวงเก่าของกัวเตมาลาที่น่าเพลิดเพลินใจเจริญก้าวหน้าอารมณ์ดีแท้

แม้คุณคือนักเที่ยวที่ตามล่าเมืองน่าท่องเที่ยวระดับเอลิสต์ของโลก ปักหมุดเมืองแอนติกาไว้บนแผนที่โลก เนื่องจากนี่คือเมืองที่ผู้รักการเดินทางทุกคนควรจะพาสองเท้าไปเดินย่ำบนถนนปูด้วยหินอันแสนคลาสสิก แล้วจะทราบว่าโลกช่างน่าอภิรมย์อย่างมาก
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : http://hazardsofmedicine.org/

เครดิตบทความจาก : http://hazardsofmedicine.org/

Tags : http://hazardsofmedicine.org/,hazardsofmedicine.org,hazardsofmedicine